Home        ทายาทหลวงสำเร็จกิจกรจางวาง เมืองปัตตานี        เชิญมาคุยกันฉันญาติมิตร        หลวงพ่อทวดเหยียบน้ำทะเลจืด วัดช้างให้        เจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว ศาลเจ้าเล่งจูเกียง        ประวัติศาสตร์และบุคคลสำคัญเมืองปัตตานี        อัลบั้มภาพถ่าย

 

ทายาทหลวงสำเร็จกิจกรจางวาง เมืองปัตตานี ๗ สาย
 หลวงสำเร็จกิจกรจางวาง
 สายนางเม่งจู โกวิทยา
 สายหลวงสุนทรสิทธิโลหะ
 สายคุณพระจีนคณานุรักษ์
 สายนายจูเส้ง คณานุรักษ์
 สายนางกี่จู กาญจนบุษย์
 สายนางจูกี่ แซ่เล่า
 สายหลวงวิชิตศุลกากร
ข่าวสารบ้านเมือง
  ข่าวพาดหัวหนังสือพิมพ์
  ข่าวกรมประชาสัมพันธ์
  มติชนกรุ๊ป
  คมชัดลึก - เนชั่นกรุ๊ป
  ผู้จัดการออนไลน์
  ไทยรัฐ
  เดลินิวส์
  ไทยโพสต์
  ฐานเศรษฐกิจ
 ModernNineTV
 Nation Channel
 Asia Satellite TV
เพลิดเพลินจำเริญใจ
 พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ
 พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ
 พิพิธภัณฑ์การเรียนรู้ มิวเซียมสยาม
 สวนสัตว์ของเรา
 ท่องเที่ยวทั่วไทย
 สถานีเพลงคาราบาวออนไลน์
 มูลนิธินาฏยศาลา หุ่นละครเล็ก (โจหลุยส์)
 มูลนิธิ จักรพันธุ์ โปษยกฤต
 มูลนิธิมหาอุปรากรกรุงเทพ (บางกอกโอเปร่า)
เว็บนี้มีประโยชน์
 เครือข่ายกาญจนาภิเษก
 สำนักราชเลขาธิการ
 NECTEC - เนคเทค
 สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย
 รวมพลังหาร2 108 วิธีประหยัดพลังงาน
 ดิกชันนารีไทยอังกฤษ
 พจนานุกรมไทยออนไลน์
 พจนานุกรมพุทธศาสน์ ประมวลธรรม (พระธรรมปิฎก)
 หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ
 ฐานข้อมูลหน่วยงานของรัฐ
 เส้นทางรถไฟฟ้า บีทีเอส
 เส้นทางเดินรถไฟฟ้าใต้ดิน
 รายงานสภาพจราจรผ่านอินเทอร์เน็ต
 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์
 TQA รางวัลคุณภาพแห่งชาติ
เด็กคืออนาคตของชาติ
 ปลาวาฬบราวเซอร์ ท่องเน็ตปลอดภัย ห่วงใยเยาวชน
 TK Park อุทยานการเรียนรู้
 พิพิธภัณฑ์เด็กกรุงเทพมหานคร
 อะไรเอ่ย นิทาน เด็ก ครอบครัว ทันโลก
 สคูลไทยแลนด์ ประสบการณ์การเรียนรู้ในรูปแบบใหม่
 ศูนย์การเรียนรู้คณิตศาสตร์ออนไลน์
 วิชาการ.คอม คลังความรู้ ปัญญาไทย เพื่อการศึกษาไทย
 นิทานออนไลน์ มูลนิธิเด็ก
 ห้องสมุดมารวย ตลาดหลักทรัพย์
ค้นหาอินเตอร์เน็ต
 แบล็คเกิ้ล ค้นหาประยัดพลังงาน
 กูเกิ้ลไทย
 ยาฮูเซิร์ช
 MSN Search
สังคมสื่อสาร
 FaceBook
 Twitter
 ไทยเมล์
 Gmail
 ฮ็อตเมล์
 ยาฮูเมล์
 สื่อสารทันใจด้วย ICQ
เว็บทายาทฯ ของเรา
 โรงแรม ซี.เอส. ปัตตานี
 โรงแรม ภูริมาศบีชแอนด์สปา
  ศรีพลเทค
  ปิงปองชวนท่องเที่ยว
  เจมส์ ภูวเดช คณานุรักษ์
  บล็อกหมอปานเทพ คณานุรักษ์
----------------------------
หากเว็บนี้ยังประโยชน์แก่ท่านบ้างทางหนึ่งทางใด
ข้าพเจ้าขออุทิศคุณความดีทั้งปวงนั้นแด่บรรพบุรุษ
บิดา มารดา ญาติพี่น้อง และ ครูบาอาจารย์ทุกท่าน
หากแม้มีความบกพร่องใดๆ โดยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์
ข้าพเจ้าขอน้อมรับผิดทุกประการแต่เพียงผู้เดียว
  รักศักดิ์ คณานุรักษ์ (ต้น)
 MBA, State University of New York at Buffalo
 Prince of Songkla University
 โรงเรียนสาธิต มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
 ส่งข้อความถึงเว็บมาสเตอร์


ทายาทหลวงสำเร็จกิจกรจางวาง เมืองปัตตานี

เมื่อข้าพเจ้าเป็นเด็กหัวตลาด (น.พ.ปานเทพ คณานุรักษ์)




เมื่อเอ่ยคำว่าหัวตลาดไม่มีชาวปัตตานีคนใดที่ไม่รู้จัก หัวตลาดเป็นย่านชุมชนเก่าแก่แห่งหนึ่งของปัตตานี เป็นถิ่นที่อยู่ของชาวจีนมาตั้งแต่สมัยโบราณเดิมเรียกว่า ตลาดจีน หรือ กะดาจีนอ ข้าพเจ้าเป็นผู้หนึ่งที่โชคดีได้เติบโตมาในถิ่นหัวตลาด ตลอดระยะเวลา 30 ปีเศษที่ข้าพเจ้าได้เห็นหัวตลาด พบว่ามีการเปลี่ยนแปลงไปมากตามความเจริญของบ้านเมือง ข้าพเจ้าจึงเกิดความคิดที่จะบันทึกเรื่องราวของหัวตลาดในสมัยที่ข้าพเจ้าเป็นเด็กในลักษณะของการบอกเล่าตามความทรงจำ ซึ่งบางตอนอาจคลาดเคลื่อนแต่ก็เพียงเล็กน้อย ทั้งนี้เพื่อที่คนรุ่นหลังที่มีโอกาสได้อ่านบทความของข้าพเจ้าจะได้รับรู้เรื่องราวในอดีตของชุมชนหัวตลาด

ก่อนอื่นก็ต้องแนะนำให้ท่านรู้จักกับ “ถนนอาเนาะรู” เสียก่อน เพราะถนนอาเนาะรูเป็น ถนนสายหลักของหัวตลาด และเป็นจุดเริ่มต้นความสัมพันธ์ของข้าพเจ้ากับหัวตลาด ถนนสายนี้มีแนวถนนพาดจากทิศตะวันออกไปทิศตะวันตก มีความยาวประมาณ 400 เมตร หัวถนนฝั่งตะวันออกไปบรรจบกับถนนนาเกลือ ส่วนหัวถนนฝั่งตะวันตกเป็นแม่น้ำปัตตานี ก่อนถึงริมน้ำเล็กน้อยจะเป็นสี่แยกตัดกับถนนปัตตานีภิรมย์ ในช่วงตอนกลางของถนนอาเนาะรูจะมีถนนปะนาเระมาบรรจบเป็นสามแยก เดิมทีถนนอาเนาะรูเป็นถนนคอนกรีต แต่คอนกรีตที่ว่านี้ไม่ใช่คอนกรีตเสริมเหล็กหรือ คสล.นะครับ แต่เป็นคอนกรีตโบราณคือแทนที่โครงจะเป็นเหล็กกลับใช้วัสดุธรรมชาติคือไม้ไผ่ โดยใช้ไม้ไผ่มาวางสานกันเป็นโครงแล้วราดด้วยปูนขาวทับ ต่อมาภายหลังมีการซ่อมแซมอีกหลายครั้งจนกระทั่งในที่สุดก็กลายเป็นถนนราดยางมะตอยตามที่เราเห็นอยู่ทุกวันนี้ แทบจะไม่น่าเชื่อเลยนะครับว่าถนนสายเล็กๆ สายนี้จะเป็นย่านที่มีความเจริญมากในอดีต เต็มไปด้วยเรื่องราวแห่งประวัติศาสตร์ เป็นจุดกำเนิดของตระกูลใหญ่หลายตระกูล ซึ่งข้าพเจ้าคงมีโอกาสได้เล่าให้ท่านฟังต่อไปในภายหน้าครับ

เดิมทีครอบครัวข้าพเจ้าอยู่ที่จังหวัดนราธิวาส เพราะพ่อ (นายประเวศ คณานุรักษ์) ไปช่วยป้าละอองทำธุรกิจที่นั่น ข้าพเจ้าและน้องๆ จึงเกิดที่นราธิวาส จนกระทั่งปี พ.ศ.2509 คุณย่าเสริมสุขถึงแก่กรรม พ่อจึงย้ายกลับมาอยู่ที่ปัตตานี ขณะนั้นข้าพเจ้ามีอายุได้ 5 ปี สามารถจดจำเรื่องราวต่างๆ ได้พอสมควร ครอบครัวเราอาศัยอยู่ที่บ้านเลขที่ 29 ถนนอาเนาะรู ซึ่งเป็นบ้านของนายอนันต์ คณานุรักษ์ คุณปู่ของข้าพเจ้า บ้านหลังนี้ตั้งอยู่ตรงสามแยกถนนอาเนาะรูตัดกับถนนปะนาเระ เป็นตึก 2 ชั้น หันหน้าไปทางทิศใต้ ทาสีขาว ผู้คนส่วนใหญ่จึงเรียกว่า บ้านตึกขาว แรกเริ่มเดิมทีบ้านหลังนี้เป็นบ้านของคุณพระจีนคณานุรักษ์ (ตันจูล้าย) ซึ่งเป็นปู่ของคุณปู่อนันต์ เป็นตึก 2 ชั้น ทรงจีนโบราณ ก่อสร้างในราวปี พ.ศ.2426 พระพุทธเจ้าหลวง รัชกาลที่ 5 เคยแวะประทับเมื่อครั้งที่เสด็จประพาสตลาดจีนและศาลเจ้าแม่ลิ่มกอเหนี่ยว ภายหลังตกเป็นกรรมสิทธิ์ของคุณทวดยาง ภรรยาคนที่ 2 ของคุณพระจีนฯ ต่อมาคุณทวดกุ้ยกี ธิดาคุณทวดยางได้ขายให้คุณทวดยี่เหนี่ยว ภรรยาคนที่ 3 ของคุณพระจีนฯ คุณปู่อนันต์ได้ซื้อต่อจากคุณทวดยี่เหนี่ยวเมื่อ พ.ศ.2476 ในราคา 2,200 บาท

คุณปู่ได้บันทึกไว้ในสมุดบันทึก เมื่อวันที่ 1 กันยายน พ.ศ.2486 ว่านับเป็นโชคดีของท่านที่ได้บ้าน หลังนี้กลับมาเป็นกรรมสิทธิ์ เพราะเมื่อคุณทวดอิ่มมารดาของคุณปู่กำลังตั้งครรภ์ คุณทวดขุนจำเริญภักดี (ตันบั่นฮก) บิดาของคุณปู่มีธุระต้องรีบเดินทางเข้ากรุงเทพฯ จึงได้นำคุณทวดอิ่มซึ่งจวนจะคลอดไปฝากไว้กับคุณทวดยางที่บ้านหลังนี้ และคุณทวดอิ่มได้คลอดคุณปู่ เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ.2439 ที่เรือนเล็กบริเวณหลังบ้านเลขที่ 29 ถนนอาเนาะรูแห่งนี้ คุณปู่อนันต์ได้ทำการซ่อมแซมเปลี่ยนแปลงจากตึกจีนโบราณเป็นตึกทรงทันสมัย บริเวณบ้านแบ่งเป็น 3 ตอน ด้านหน้าคือตัวตึก ตอนกลางเป็นเรือน ไม้หลังใหญ่ 2 ชั้น มีทางเดินติดต่อกับตึกหน้าได้ ตอนหลังเป็นห้องครัว และสวน

ตัวตึกด้านหน้าเป็นตึก 2 ชั้น ชั้นล่างทางด้านซ้ายเป็นที่จอดรถ ตรงกลางเป็นห้องรับแขก ด้านขวาเป็นห้องพักของลุงสุนนท์ ห้องนี้เล่ากันว่ามีอาถรรพ์แรงเพราะเคยเป็นห้องขังทาสในสมัยก่อน เมื่อขึ้นบันไดไปชั้นบนจะเป็นเฉลียง มีแคร่นอนเล่นของคุณย่า และเก้าอี้หวายนอนเล่นของคุณปู่ เข้าประตูไปจะเป็นห้องโถงด้านซ้ายเป็นห้องพักของคุณปู่ ส่วนด้านขวาเป็นห้องพักของครอบครัวข้าพเจ้า ในห้องโถงจะมีโต๊ะหมู่บูชาของคุณปู่ ข้างโต๊ะหมู่บูชาจะมีตู้กระจกใบหนึ่ง ภายในตู้จะเก็บซากกุมารทอง 2 คน คือบุญฤทธิ์ และบุญลาภ ซึ่งเป็นลูกที่คุณย่าคลอดก่อนกำหนด นอกจากนี้ยังมีซากของนกลูกแดง ซึ่งเป็นนกเขาชวาที่คุณปู่รักมาก เคยสร้างชื่อเสียงให้กับคุณปู่ในการแข่งขันนกเขาชวาเสียงครั้งอดีต เคยมีผู้นำรถเบนซ์มาขอแลกกับคุณปู่มาแล้ว

เรือนไม้ด้านหลังชั้นล่างจะเป็นโถงโล่ง ด้านขวากั้นเป็นห้องไว้ 2 ห้อง เอาไว้เป็นห้องเล่นไพ่ตองของบรรดาญาติมิตรของคุณปู่คุณย่า ห้องนี้เป็นแหล่งเงินแหล่งทองของข้าพเจ้า เพราะบรรดาขาไพ่ทั้งหลายซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นผู้สูงอายุนั่งนานๆ ก็เกิดอาการปวดเมื่อย ข้าพเจ้าก็จะไปบีบนวดให้ท่านเหล่านั้นก็จะให้เงินไว้กินขนมครั้งละ 1 บาท เมื่อขึ้นบันไดหลังชั้นบนด้านซ้าย เป็นห้องพักของครอบครัวอาเติมศักดิ์ ด้านขวาเป็นห้องพักของครอบครัวอาละมุล

ระหว่างตัวตึกหน้ากับเรือนไม้ ชั้นล่างจะมีบ่อเลี้ยงปลากัด และห้องน้ำกับบ่อน้ำ ชั้นบนจะเป็นทางเดินติดต่อกันมีห้องน้ำ 1 ห้อง และวางโต๊ะกินข้าวขนาดใหญ่ 1 ตัว นอกจากนี้ที่โถงด้านล่างจะมีประตูเล็กๆ สำหรับเดินออกไปในตรอก ตรอกเล็กๆ นี้เป็นที่เลี้ยงปลากัดของคุณปู่ และลุงสุนนท์ เป็นเขตหวงห้ามสำหรับเด็กๆ เพราะเกรงว่าจะไปทำให้ปลากัดตกใจ หรือขวดปลากัดตกแตก ตรอกนี้เดิมเป็นตรอกสำหรับข้าทาสในบ้านเดินเข้าออก ซึ่งทุกบ้านที่เป็นเรือนจีนในหัวตลาดจะต้องมีตรอกแบบนี้ เพราะมีข้อห้ามอย่างหนึ่งว่าเวลาข้าทาสในบ้านตายห้ามนำศพออกทางประตูใหญ่หน้าบ้าน ต้องนำศพออกทางตรอกนี้เท่านั้น

ด้านหลังเรือนไม้จะมีโรงครัวขนาดย่อม และสวน ในสวนจะมีบ่อปลาเหมือนกับที่ด้านหน้า บ่อหลังบ้านนี้เดิมทีขุดขึ้นมาเพื่อใช้เป็นหลุมหลบภัยเมื่อคราวญี่ปุ่นบุกปัตตานี ที่บริเวณริมกำแพงหลังบ้านมีความสำคัญ เพราะว่าในงานเทศกาลแห่พระศาลเจ้าแม่ลิ่มกอเหนี่ยวทุกปี ผู้หามพระหมอจะต้องมาทำการปักหลัก โดยหลักที่ปักนี้เป็นยันต์ปักเพื่อขจัดเภทภัยทั้งหลาย บ้านหลังนี้เป็นบ้านหลังเดียวที่มีการปักหลักภายในบ้าน ในปัจจุบันนี้ข้าพเจ้าจะทำหน้าที่หามเกี้ยวพระหมอทำพิธีปักหลักในบ้านทุกปี

ภายในบ้านคุณปู่นับว่าเป็นกงสีใหญ่แห่งหนึ่ง คุณปู่จะเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด เช้าขึ้นมาจะมีอาหารและขนมสารพัดอย่างวางไว้ที่โต๊ะกินข้าว ใครจะกินอะไรก็ได้ เมื่อกินอาหารเช้าเสร็จ ข้าพเจ้าและน้องๆ ก็จะไปกราบคุณปู่ซึ่งจะนอนเล่นที่เก้าอี้หวาย คุณปู่ก็จะแจกเงินเป็นค่าขนมที่โรงเรียน ตอนเย็นกลับจากโรงเรียนก็มากราบคุณปู่แล้วรับเงินไปซื้อก๋วยเตี๋ยวกินกันอีก

ตรงข้ามบ้านคุณปู่เป็นบ้านยกพื้นมีใต้ถุนของลุงจิ้นกับป้าโป้เอง ศรีคุณะซ้าย ลุงจิ้นหรือที่ใครๆ เรียกว่าครูจิ้น ทำงานที่บริษัทธำรงวัฒนาจำกัด ป้าเองเป็นญาติกับคุณปู่ทางทวดเบ้งซ่วน ภรรยาคุณพระจีนฯ ซึ่งเป็นย่าของคุณปู่ ที่บ้านลุงจิ้นจะมีเรือนปลูกต้นกล้วยไม้นานาพันธุ์ ตอนเย็นที่หน้าบ้านลุงจิ้นจะมีพวกรถเข็นขายก๋วยเตี๋ยว และรถเข็นขายขนมเด็กมาจอดรอลูกค้า ซึ่งก็คือพวกหลานทั้งหลายของคุณปู่

ต่อไปนี้ข้าพเจ้าจะขอนำท่านเที่ยวหัวตลาดเมื่อประมาณสามสิบปีที่แล้ว จากบ้านคุณปู่เดินเลียบไปทางฝั่งด้านเหนือของถนนอาเนาะรูไปทางทิศตะวันออก ติดกับบ้านคุณปู่จะเป็นตึกจีนโบราณ 2 ชั้น ติดกัน 2 หลัง จำได้คลับคล้ายคลับคลาว่าหลังแรกผู้ที่อาศัยอยู่ขณะนั้นคือป้าจงจิตร ศรีพจนารถหรือ ป้าถิ้น แม่ของพี่ศรีวิไล ปริชญากร ถัดไปเป็นร้านขายส่งขนมปังขนมจันอับ ตามตลาดนัดเดิม ในอดีตตึก 2 หลังนี้และตึกของคุณปู่จะมีลักษณะเหมือนกันทุกอย่างเป็นเรือนแฝด 3 หลัง ดังที่สมเด็จกรมพระยาภาณุพันธุวงศ์วรเดช ทรงกล่าวถึงไว้ในหนังสือ ชีวิวัฒน์เมื่อครั้งที่พระองค์เสด็จมาตลาดจีน ในปี พ.ศ.2427 ว่า "ที่ปลายถนนด้านเหนือมีตึกใหม่ของกัปตันจีนเปนเรือนจีน 2 ชั้น 3 หลังแฝด หลังหนึ่งขื่อประมาณ 10 ศอก มีเฉลียงหน้าหลัง" หลังแรกก็คือบ้านคุณปู่ หลังที่ 2 เป็นบ้านเดิมนายจูเซียน หลังที่ 3 เป็นของนายจูเส้ง น้องชายคุณพระจีนฯ

ปัจจุบันตึกหลังที่ 3 ถูกรื้อสร้างเป็นห้องแถว เมื่อตอนที่มีการรื้อถอนได้เจอป้ายหินแกรนิตจารึกชื่อสำหรับฮวงซุ้ยฝังศพนายจูเส้ง แต่ไม่ทราบว่าเพราะเหตุใดจึงถูกทิ้งไว้หลังบ้าน ปัจจุบันผู้ที่อาศัยอยู่ในห้องแถวที่สร้างใหม่ได้นำไปวางไว้ที่โคนต้นไม้ และมีการจุดธูปเทียนบูชา ซึ่งข้าพเจ้าเข้าใจว่าคงเป็นการบูชาเพื่อขอโชคลาภ ซึ่งข้าพเจ้าคิดว่า ลูกหลานสายตรงของนายจูเส้งน่าจะได้นำไปไว้บูชา ถ้าข้าพเจ้ามีสิทธิก็จะขอนำไปประดิษฐานไว้ที่บริเวณสุสานของตระกูล ที่ได้รับพระราชทานที่ดินจากรัชกาลที่ 6 ที่ริมคลองสามัคคี (คลองสิมิเงาะเดิม) ตั้งแต่วันที่ 23 กันยายน พ.ศ.2454 เพราะปัจจุบันเท่าที่ข้าพเจ้าได้สอบถามยังไม่มีผู้ใดบอกได้แน่ชัดว่าฮวงซุ้ยของนายจูเส้งอยู่ที่แห่งหนตำบลใด แต่ข้าพเจ้าก็ได้แต่ตั้งความหวังไว้เท่านั้น

ถัดจากตึกแฝดนี้ไปก็เป็นตึกจีนเช่นกันแต่จำไม่ได้ว่าใครอาศัยอยู่ปัจจุบันรื้อทิ้งแล้ว ถัดไปอีกจะเป็นห้องแถวไม้ 2 ชั้น ห้องแรกเป็นบ้านลุงปรุง กับป้าฉาย ขจรวงศ์ ลุงปรุงทำงานเป็นพนักงานขับรถธนาคารกรุงศรีอยุธยา น้าณีลูกลุงปรุงมีลูก 3 – 4 คน เป็นเพื่อนรุ่นราวคราวเดียวกับข้าพเจ้า 1 คน ถัดจากบ้านลุงปรุงเป็นบ้านแม่คุณครูเบญจมาศ ณ ระนอง คุณครูเบญจมาศสอนที่โรงเรียนบ้านสะบารัง เคยสอนวิชาภาษาอังกฤษข้าพเจ้าตอนชั้นประถมปีที่ 5 ต่อจากนั้นเป็นบ้านยกพื้น 2 ชั้น มีรั้วของน้าจั๊ม ภายในบริเวณบ้านมีหมูขี้พร้าหรือหมูบ้านนอนคลุกโคลนอยู่ ถัดไปเป็นห้องแถวไม้ 2 ชั้น มีบ้านน้าไข่ บ้านลุงไว ลุงไวเป็นสารถีรถสามล้อประจำบ้านคุณปู่ ถัดไปเป็นบ้านพวกนามสกุลวิมลจิตต์ ทำงานสรรพากร จำชื่อไม่ได้ ปัจจุบันคือร้านลูกหยีป้านิ่ม ถัดไปเป็นบ้านของคุณยายหงวน คุณยายหงวนเป็นภรรยาคนหนึ่งของหลวงนฤบดินทรสวามิภักดิ์ (คอยู่หุ้ย ณ ระนอง) อดีตนายอำเภอหนองจิก มีลูกคือ ร.ต.ต.ปรีดา ณ ระนอง น้าดาเป็นเพื่อนสนิทคนหนึ่งของพ่อ ภรรยาน้าดาคือครูเบญจมาศ ที่กล่าวถึงมาก่อนแล้ว ถัดไปรู้สึกจะเป็นบ้านแป๊ะซ้าน มีลูกหรือหลานชื่อตุ๋ย เรียนรุ่นก่อนข้าพเจ้าหลายปี

จากนั้นก็เป็นศาลเจ้าแม่ลิ่มกอเหนี่ยว ซึ่งในขณะนั้นมีแต่ตัวศาล ด้านหลังเป็นป่ามะพร้าว ยังไม่มีอาคารสันติสุขและอาคารที่พักเลย ฝั่งตรงกันข้ามของศาลเจ้าแม่ฯ ก็ยังเป็นลานดินกว้างๆ มีแต่โรงมโนราห์เก่า 1 หลัง ไม่มีอัฒจันทร์ ไม่ได้ลาดพื้นคอนกรีต ถัดจากศาลเจ้าแม่ฯ เป็นสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ ด้านข้างสมาคมฯ เป็นอาคารฮักเลี่ยม-ฮ่องเกียว โกวิทยา เป็นศาลาตั้งศพมีห้องเก็บโลงศพ ซึ่งพวกเราเด็กๆ กลัวมากเวลาเดินผ่าน ติดกับอาคารฮักเลี่ยมฯ เป็นที่ดินของคุณปู่ ข้างในมีสถูปหรือที่เราเรียกกันว่าบัว บรรจุกระดูกบรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้ว ที่ดินแปลงนี้คุณปู่ซื้อมาจากคุณทวดเป้าเลี่ยง วัฒนายากร แม่ของคุณย่าเสริมสุข ในสมัยสงครามญี่ปุ่นบุกปัตตานี คุณปู่ใช้เป็นที่ปลูกผักสวนครัวนานาชนิดไว้กินและแจกจ่ายชาวบ้านในละแวกใกล้เคียง จนกระทั่ง พ.ศ.2489 จึงได้สร้างบัว

ติดกับบัวเป็นที่ว่างอยู่มุมถนนอาเนาะรูตัดกับถนนนาเกลือ ต่อมาได้สร้างเป็นบ้านพักประมงจังหวัดเดิมทีที่ตรงนี้เป็นโรงฆ่าสัตว์ จากตรงนี้ถ้าข้ามถนนนาเกลือไปจะเป็นวัดนิกรชนาราม หรือวัดหัวตลาด ภายในวัดมีรูปปั้นพระสังข์กัจจายน์องค์ใหญ่ ผู้ปั้นคือ ร.อ.วิเชียร แก่นทับทิม อดีตสามีของป้าประคอง วัฒนายากร พวกเด็กๆ อย่างข้าพเจ้าชอบไปแยงสะดือองค์พระเพราะเป็นรูกลวงโบ๋ วัดหัวตลาดนี้เดิมเป็นป่าช้า ศพคุณทวดอิ่ม แม่ของคุณปู่ก็ฝังที่นี่ ก่อนที่จะมาจัดงานเผาศพในภายหลัง นอกจากนี้วัดหัวตลาดยังเป็นลานประหารในสมัยอดีต คุณย่าเคยเล่าให้พ่อฟังว่าเคยไปดูเขาประหารชีวิตโดยการตัดคอที่วัดหัวตลาด มีคนไปดูคับคั่งบางคนปีนต้นไม้ขึ้นไปดู พอเพชรฆาตลงดาบดังฉับ ก็มีเสียงดังตุ๊บ ปรากฏว่าพวกที่ปีนต้นไม้ดูเกิดอาการหวาดเสียว เป็นลมตกต้นไม้ตามๆ กัน วัดหัวตลาดจะเรียกว่า เป็นฌาปนสถานของตระกูลข้าพเจ้า ก็ว่าได้เพราะไม่ว่าใครตายก็จะจัดงานเผาศพที่วัดนี้ทั้งนั้น

จากวัดหัวตลาดข้าพเจ้าจะพาท่านเดินข้ามถนนนาเกลือไปยังอีกฟากหนึ่งของถนนอาเนาะรู หัวมุมถนนอาเนาะรูฝั่งทิศใต้เป็นบ้านของจ่าหวาด ที่บ้านนี้เลี้ยงไก่ชนหลายตัว ถัดไปเป็นฝั่งตรงกันข้ามกับสมาคม ถ้าจำไม่ผิดในตอนนั้นเป็นโกดังของบริษัทพิธานพาณิชย์ แล้วก็เป็นลานหน้าศาลเจ้าแม่ฯ ติดกับลานเป็นบ้านไม้ 2 ชั้นของนายสุนนท์ ทับทิมทอง หรือลุงหล่ำเฮง พนักงานเทศบาล เวลามีพิธีลุยไฟข้าพเจ้าจะไปดูบนชั้นบนบ้านหลังนี้ตอนนั้นไม่มีอัฒจันทร์บังมองเห็นชัดมาก ถัดไปเป็นบ้านน้าเซี๊ยะ น้าฮวย น้าเซี๊ยะขับรถโรงน้ำแข็งวัฒนานิกร น้าฮวยจะขายข้าวยำและขนมหวาน ข้าพเจ้าจำได้ว่าชอบไปซื้อกล้วยเชื่อมกินตอนหัวค่ำ ถัดไปเป็นบ้านนายอนันต์ วรุตตมะ หรือลุงโอ๋น บ้านลุงโอ๋นเป็นฟาร์มเลี้ยงไก่ ลุงโอ๋นใช้รถลิตเติ้ลฮอนด้าส่งไข่ไก่ให้ร้านค้า รถลิตเติ้ลฮอนด้านี้เป็นรถที่ทันสมัยมากในตอนนั้นเพราะเป็นรถลูกผสมระหว่างมอเตอร์ไซค์กับจักรยาน มีสวิทช์ปรับเลือกได้ว่าจะใช้เป็นจักรยานหรือจะใช้เป็นมอเตอร์ไซค์

ติดกับบ้านลุงโอ๋นเป็นบ้านไม้ 2 ชั้น ผู้ที่อาศัยอยู่คือนายเต็งไฮ้ แซ่อุ่ย นายเต็งไฮ้คั่วกาแฟขาย บ้านนี้เดิมเป็นบ้านของขุนด่านจ๊าบ แซ่เล่ ต้นตระกูลเลขะกุล ซึ่งเป็นตระกูลใหญ่อีกตระกูลหนึ่ง ย่าของภรรยาข้าพเจ้า คือย่ายี่เกียว พงษ์พานิช ก็มาจากสกุลเดิมเลขะกุลเช่นกัน ในบ้านจะมีป้ายบูชาและภาพถ่ายบรรพบุรุษของ(ตระกูล)เลขะกุลหลายคน ถัดไปเป็นบ้านทรงจีนจำไม่ได้ว่าใครอาศัยอยู่ ถัดไปเป็นร้านขายน้ำชาของน้าจั๊วและเจ๊ลั้ง มีลักษณะเป็นแผงลอย ถัดไปเป็นห้องแถวไม้ชั้นเดียวจำได้ว่าห้องมุมตัดกับถนนปะนาเระเป็นบ้านลุงพันธ์ พนักงานบริษัทธำรงวัฒนา

เดินข้ามถนนปะนาเระไปเป็นบ้านลุงจิ้นที่เล่าให้ฟังแล้ว หลังบ้านลุงจิ้นมีบ้านไม้ 2 ชั้น เจ้าของเป็นช่างเย็บเสื้อชื่อจี๊ตัน เป็นลูกสาวนายซุ่ยเฉี้ยง นาคพันธุ์ เป็นญาติกับคุณปู่สายเดียวกับป้าเอง จี๊ตันขาพิการเดินกระเผลก ถัดจากบ้านลุงจิ้นเป็นบ้านห้องแถว 2 ชั้นยกพื้นสูง 3 หลัง หลังแรกเป็นบ้านน้าผอม น้าผอมเป็นลูกจีนที่เข้านอกออกในบ้านคุณปู่ได้ตลอดเวลา น้าผอมขายน้ำแข็งใสรวมมิตร เด็กปัตตานีรู้จักน้าผอมกันทุกคน ถัดไปเป็นบ้านอาเจริญ สุวรรณมงคล กับน้าศรีสุมาลย์ น้าสุเป็นลูกสาวยายวไล หรือยายมล วัฒนายากรลูกพี่ลูกน้องกับคุณปู่ ถัดไปเป็นร้านขายของใช้เบ็ดเตล็ดของคนจีน เจ้าของร้านมีลูกสาวชื่อยุพิน หนุ่มๆ ปัตตานีรู้จักกันทั่วเพราะยุพินเป็นนางงามปัตตานี

ถัดจากห้องแถวนี้ไปเป็นบ้านไม้ 2 ชั้นของป้าซ่วนหลุย โกวิทยา เดิมบ้านนี้คุณหลวงสำเร็จกิจกรจางวาง (ปุ่ย แซ่ตัน) ต้นตระกูล คณานุรักษ์ซื้อให้ทวดเกี๊ยด ภรรยาคนที่ 4 และหลวงวิชิตศุลกากร (ตันจูอิ้น) บุตรชายคนสุดท้องของท่านเมื่อ พ.ศ.2417 ป้าหลุยเป็นหลานตาของหลวงวิชิตฯ ป้าหลุยมีอาชีพทำขนมขาย ขนมที่ป้าหลุยขายเป็นขนมที่หากินยากในปัจจุบันนี้เช่นผีตายบาก ขนมหน้าหมู ขนมเกาะหลี ปัจจุบันพี่เล็กลูกสาวคนโตของป้าหลุยเป็นผู้ได้รับสืบทอดวิชา ข้าพเจ้าจึงยังมีโอกาสได้กินขนมเหล่านี้

ถัดจากบ้านป้าหลุย เป็นอาคารไม้ชั้นเดียวมีป้ายชื่อติดไว้ว่าธรรมศาลา 2469 เป็นบ้านเดิมของเถ้าแก่ต้วนเม่ง แซ่เล่า เถ้าแก่ต้วนเม่งเป็นบิดาของนายจ่ายฮก น้องเขยคุณพระจีนฯ ภายในโรงธรรมมีบัวของนายจ่ายฮก ที่ฝาผนังมีภาพวาดนิทานชาดก และแผ่นหินอ่อนจารึกเรื่องราวของวงศ์ตระกูลเถ้าแก่ต้วนเม่ง ถัดไปเป็นบ้านไม่มีคนอยู่ เดิมเป็นบ้านของนางโป้เอี้ยน แซ่เล่า ลูกสาวนายจ่ายฮกและนางจูกี่ ยายโป้เอี้ยนเป็นแม่ของนางโสภิต วัฒนานิกร โรงน้ำแข็งวัฒนานิกร ติดกันเป็นที่ว่างมีต้นพุทราป่า ที่พวกเด็กๆชอบไปเก็บกินกัน นายจ่ายฮกนับเป็นโครงกระดูกในตู้ของตระกูลคณานุรักษ์ เพราะเป็นผู้ที่ทำให้เกิดเรื่องราวทะเลาะถึงขั้นตัดญาติขาดมิตรกัน เนื่องจากภายหลังนายจ่ายฮกไปได้นางลินเลี่ยง ธิดาหลวงสุนทรสิทธิโลหะ (ตันจูเม้ง) เป็นภรรยา นางจูกี่ภรรยาคนแรกของนายจ่ายฮกเป็นน้องสาวของหลวงสุนทรฯ ดังนั้นนางลินเลี่ยงและนางโป้เอี้ยนจึงมีศักดิ์เป็นลูกพี่ลูกน้องกัน ภายหลังมีปัญหาทะเลาะกันระหว่างลูกเลี้ยงแม่เลี้ยง เป็นสาเหตุให้ตัดญาติกัน

สุดท้ายเป็นบ้านหัวมุมเป็นตึกจีน 2 ชั้น เป็นบ้านเดิมของแม่นายลาบู เจ้าของดั้งเดิมของเหมืองลาบู ในตอนนั้นผู้ที่อาศัยอยู่ในบ้านหลังนี้ชื่อ ลุงวาด หรือที่พวกเราเรียกว่า ลุงสวน เพราะแกเป็นคนสวนของอาสมพร วัฒนายากร แกดุมากจะคอยไล่ เด็กที่เข้าไปเล่นในสวนเสมอโดยไม่เคยสนใจว่าเป็นลูกหลานใคร จากบ้านลุงวาดเดินข้ามถนนปัตตานีภิรมย์ ไปฝั่งตรงข้ามบ้านหัวมุมเป็นห้องแถวไม้ของอาศรีสุขสวัสดิ์ วัฒนายากร ลูกชายยายมล ติดกันทางซ้ายเป็นบ้านคุณตาดิเรก และคุณยายดวงเดือน คณานุรักษ์ เป็นบ้านทรงจีนชั้นครึ่ง ข้าพเจ้าชอบไปบ้านนี้มากเพราะคุณยายดวงเดือนซึ่งเป็นน้องคุณย่าเสริมสุขใจดีมากจะมีขนมนมเนยไว้เลี้ยงลูกหลานตลอดเวลา บ้านนี้เดิมเป็นบ้านของคุณทวดขุนพิทักษ์รายา (ตันบั่นซิ่ว) ลูกชายคนสุดท้องของคุณพระจีนฯ คุณตาดิเรกเป็นลูกชายคุณทวดขุนพิทักษ์ฯ

ถัดไปเป็นตึก 2 ชั้นอันทันสมัยของลุงมานพ และอามวล ลุงนพเป็นพี่ชายคนโตของพ่อ เดิมบ้านนี้เป็นบ้านคุณทวดขุนจำเริญภักดี (ตันบั่นฮก) ลูกชายคนโตคุณพระจีนฯ พ่อของคุณปู่ ต่อมาตกทอดมาถึงลุงวิทยา หรือลุงเต็ก ลูกชายคนสุดท้องของคุณทวดขุนจำเริญฯ ลุงนพได้ซื้อต่อและรื้อบ้านเก่าที่เป็นทรงจีนสร้างใหม่เป็นตึกทันสมัย ฝั่งตรงกันข้ามเยื้องกับบ้านลุงนพ เป็นบ้านเดิมของนายบุญเสี้ยน วัฒนานิกร ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทกับคุณพระจีนฯ และนางยี่จ้อง แซ่ลั้วพี่สาวของนายบุญเสี้ยนก็เป็นภรรยาของนายตันจูเซียน น้องชายคุณพระจีนฯ ในตอนนั้นผู้ที่อาศัยอยู่ที่บ้านหลังนี้คือยายเซ่งห้วย เป็นภรรยาของหลวงสกลการธานี(ซุ้ยจ้าย วัฒนานิกร) บุตรชายของนายบุญเสี้ยน คุณยายเซ่งห้วยเป็นมารดาของคุณมาโนช วัฒนานิกร หรือเถ้าแก่ซิ่ว ข้าพเจ้าจำท่านได้ดีเพราะท่านมักจะออกมานั่งหน้าบ้านทุกวัน เมื่อท่านถึงแก่กรรมข้าพเจ้ายังไปช่วยงานศพท่าน

อีกด้านของบ้านอาศรีสุข เป็นปลายถนนอาเนาะรูลงไปท่าน้ำแม่น้ำปัตตานี จะมีชาวบ้านพายเรือรับจ้างมาคอยรับคนข้ามฟากไปฝั่งตรงข้ามคือโรงเรียนบ้านสะบารัง ท่าน้ำนี้ในอดีตรัชกาลที่ 5 เคยเสด็จขึ้นจากเรือพระที่นั่งเพื่อประพาสตลาดจีน อีกฟากของปลายถนนนี้เป็นโรงน้ำแข็งวัฒนานิกร ของคุณมาโนช วัฒนานิกร หรือเถ้าแก่ซิ่ว ที่นี่เป็นเขตหวงห้ามของญาติพี่น้องข้าพเจ้าบางคนเพราะผู้ใหญ่โกรธกัน ทั้งๆ ที่ภรรยาเถ้าแก่ซิ่ว คือนางโสภิต เป็นญาติสายนางจูกี่ ดังที่ข้าพเจ้าได้เล่าไว้ก่อนหน้านี้แล้ว แต่ข้าพเจ้าสามารถเข้าออกโรงน้ำแข็งได้เพราะหลานชายคนโตของเถ้าแก่ซิ่ว คือโจ้ หรือพีระพล เสรีกุล เป็นเพื่อนสนิทของข้าพเจ้า เรียนด้วยกันกินด้วยกัน อยู่ด้วยกันจนจบจากมหาวิทยาลัย จนข้าพเจ้าพลอยเรียกเถ้าแก่ซิ่ว และ คุณนายโสภิต ว่าคุณตาคุณยายไปด้วย ในตอนนั้นโรงน้ำแข็งจะเดินเครื่องตลอดเวลาถ้าวันใดเครื่องเสียแถวละแวกนั้นจะเงียบผิดปกติ

จากโรงน้ำแข็งเดินข้ามถนนปัตตานีภิรมย์ ไปยังถนนอาเนาะรูฝั่งทิศเหนืออีกครั้ง ตรงหัวมุมจะเป็นบ้านตึกทรงจีนดัดแปลง 2 ชั้นของคุณยายซุ่ยสิ้ม ปริชญากร พี่สาวคนโตของคุณตาดิเรก ติดกันเป็นตึกจีนดัดแปลง 2 ชั้นเช่นกันของคุณยายลิ่วซิ้ม วงศ์วารี บ้านหลังนี้เป็นที่ประดิษฐานของพระกุนไท้กุนซึ่งเป็นพระประจำตัวของคุณพระจีนฯ ชั้นบนของบ้านจะมีนกนางแอ่นมาทำรังเต็มไปหมด เวลาตอนเย็นจะมีนกบินว่อนอยู่หน้าบ้านก่อนเข้ารัง คุณยายลิ่วซิ้มเป็นหลานยายของนางเม่งจู โกวิทยาพี่สาวคนโตของคุณพระจีนฯ เดิมบ้าน 2 หลังนี้เป็นบ้านของนางเม่งจู เล่ากันว่าในสมัยทวดเม่งจูยังมีชีวิตหลังบ้านจะเป็นสวนดอกไม้นานาพันธุ์ ป้าสุนันทา (ซิ่วกี่) ลูกสาวยายลิ่วซิ้มเป็นเหลนนางเม่งจู เคยเล่าให้ข้าพเจ้าฟังว่าตอนเด็กๆ ป้าได้เห็นขุนจำเริญภักดี (ตันบั่นฮก) ทวดของข้าพเจ้ามาฝึกวิทยายุทธในสวนนี้บ่อยๆ บ้านคุณยายลิ่วซิ้ม มีชื่อเรียกว่าบ้านรังนก หรือบ้านครูราญ เพราะน้าสำราญ วงศ์วารีลูกชายคุณยายเคยเป็นครูมาก่อน

ถัดจากบ้านรังนกเป็นบ้านจีนชั้นเดียวผู้ที่อาศัยอยู่คือน้าเหลี่ยน พนักงานบริษัทพิธานพาณิชย์ ติดกันเป็นบ้านจีนชั้นเดียวเช่นกันของนายนิคม ดาราพันธุ์ หรือแป๊ะแฉ้ แป๊ะแฉ้เป็นญาติทางภรรยาคุณพระจีนฯ เช่นกัน ปกติแป๊ะแฉ้จะถีบจักรยานตระเวนขายล๊อตเตอรี่ เวลาใครมีงานพิธีสงฆ์ แป๊ะแฉ้ก็จะไปช่วยนำอาราธนาพระ นอกจากนี้ยังมีวิชารักษาต้อเนื้อโดยวิธีตัดต้อซึ่งเป็นวิชาไสยศาสตร์ ลูกสาวแป๊ะแฉ้คนหนึ่งชื่อจี๊สั้น พิการมีแขนลีบสั้น 1 ข้าง แต่มีความสามารถในการปักผ้ามาก คนส่วนใหญ่นิยมจ้างให้ปักเสื้อนักเรียน ถัดจากบ้านแป๊ะแฉ้เป็น บ้านไม้ 2 ชั้นของลุงหยัดกับป้าเหลี่ยน ลุงหยัดเป็นช่างซ่อมรถยนตร์ที่มีชื่อเสียงคนหนึ่ง ถัดไปเป็นห้องแถวไม้ของน้าก๊วน น้ากาว มุ่งแสง ทั้ง 2 คนเป็นโชเฟอร์ขับรถรับจ้าง

ถัดไปเป็นบ้านอาสมพร และ อาสุวรรณา วัฒนายากร เป็นบ้านที่มีบริเวณกว้างมาก ด้านข้างและด้านหลังเป็นสวน ในสวนหลังบ้านมีตึกจีน 2 ชั้น 1 หลัง เป็นบ้านของหลวงสุนทรสิทธิโลหะ (ตันจูเม้ง) พี่ชายคุณพระจีนฯ เรียกกันว่าบ้านบน ภายหลังเป็นบ้านของคุณทวดเป้าเลี่ยง ลูกสาวหลวงสุนทรฯ ซึ่งเป็นแม่ของคุณย่า พ่อของข้าพเจ้าก็เติบโตที่บ้านนี้ ในตอนนั้นอาพรให้ป้าเฮื้องซึ่งเป็นคนเก่าแก่อาศัยอยู่ บ้านหลังนี้มีสิ่งที่ข้าพเจ้าแปลกใจมากเพราะบนหลังคามีตุ๊กตาปูนปั้นเป็นรูปคนขี่สิงห์ ซึ่งว่ากันว่าเอาไว้สำหรับแก้อาถรรพ์ ในสวนจะมีต้นละมุด หรือที่เราเรียกว่าลูกสวาที่มีรสชาดหวานมาก นอกจากนี้ยังมีผลไม้ประหลาดชนิดหนึ่งผลมีลักษณะคล้ายอวัยวะเพศของสุนัขตัวเมีย เรียกว่าลูกหีหมา ลูกจะออกเต็มโคนต้น เวลาสุกจะมีรสหวานอมเปรี้ยว กลิ่นหอม ลูกหีหมา มีชื่อเรียกเป็นทางการว่า ลูกอัมพวา ลูกชายคนหนึ่งของอาพรและอาวรรณคือพี่ป้อง เป็นเพื่อนเล่นกับข้าพเจ้าตั้งแต่เล็กจนโต

ต่อไปเป็นบ้านหลังสุดท้ายอยู่ระหว่างสวนอาพร กับบ้านคุณปู่ เป็นบ้านทรงจีนชั้นเดียว เรียกว่าบ้านกงสี เป็นบ้านเดิมของหลวงสำเร็จกิจกรจางวาง (ปุ่ย แซ่ตัน) ต้นตระกูลคณานุรักษ์ เมื่อเข้าบ้านห้องโถงกลางจะมีแท่นบูชาบรรพบุรุษ โดยมีป้ายชื่อบรรพบุรุษเก็บไว้ในตู้ไม้แกะสลักแบบจีนที่สวยงามมาก เรียกว่า ถ้ำ ห้องด้านซ้ายเป็นที่พักของทวดกุ้ยกี ท่านเป็นลูกสาวของคุณพระจีนฯ ข้าพเจ้าเรียกท่านว่าย่ากีตามพ่อ ท่านบวชเป็นแม่ชี ท่านเลี้ยงชะนีไว้ 1 ตัว ชื่อ แง๊ว ดุมาก ย่ากีรักข้าพเจ้ามาก ถ้าข้าพเจ้าไปหาท่านๆ จะเอากล้วยน้ำว้าที่ซื้อไว้เลี้ยงไอ้แง๊วให้ข้าพเจ้ากินเสมอ ย่ากีมีชีวประวัติที่น่าสนใจมาก ท่านเคยเป็นภรรยาพระยาประวัติสุจริตวงศ์ (คอยู่ตี่ ณ ระนอง) เจ้าเมืองชุมพร ท่านหย่ากับสามีกลับมาอยู่ที่ปัตตานีเพราะสุนัขที่ท่านเลี้ยงไปกัดสามี แล้วสามีท่านยิงสุนัขตาย ท่านจึงโกรธมาก ย่ากีมีลูกชาย 1 คนชื่อ ตอม ไปเรียนวิชากฏหมายจากอังกฤษกลับมาได้ไม่นานก็ตาย ลือกันว่าถูกวางยาพิษ ห้องด้านขวาของบ้านกงสีเป็นที่พักของครอบครัวลุงจำรูญ พี่ชายของพ่อเช่นกัน หลังบ้านกงสีเป็นสวน ในสวนมีจอมปลวกขนาดใหญ่

เป็นอันว่าข้าพเจ้าได้นำท่านย้อนยุคไปเยือนหัวตลาดเมื่อ 30 ปีที่แล้วเรียบร้อยแล้ว ท่านคงจะมองเห็นว่ามีการเปลี่ยนแปลงไปมากเมื่อเทียบกับสภาพปัจจุบัน บ้านเรือนหลายหลังถูกรื้อหรือซ่อมแซม ดัดแปลงจนกลายสภาพไปแล้ว บุคคลหลายท่านก็ล้มหายตายจากไปแล้ว บางคนก็ย้ายถิ่นฐานออกไปจากหัวตลาด แม้แต่ข้าพเจ้าเองปัจจุบันก็ไม่ได้อยู่ที่หัวตลาดแล้ว.....

 

หัวตลาดจึงเป็นเพียงความทรงจำของข้าพเจ้าเท่านั้น.........








นายแพทย์ ปานเทพ คณานุรักษ์
ผู้ช่วยผู้อำนวยการ โรงพยาบาลบ้านโป่ง ราชบุรี



By: นายแพทย์ปานเทพ คณานุรักษ์ เรียบเรียงเมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2542

<<Back    Go to ทายาทหลวงสำเร็จกิจกรจางวาง เมืองปัตตานี


views[11857]    

All contents
ชีวประวัติ จางวางโทหลวงสำเร็จกิจกรจางวาง
หลวงสำเร็จกิจกรจางวาง ต้นตระกูลคณานุรักษ์
พระจีนคณานุรักษ์ (ตันจูล่าย)
ประวัติ อำมาตย์ตรี พระจีนคณานุรักษ์ และตระกูลคณานุรักษ์
นายอนันต์ คณานุรักษ์ อดีตนายกเทศมนตรีเมืองปัตตานี
ขุนธำรงพันธุ์ภักดี (ธำรง วัฒนายากร)
นายดิเรก คณานุรักษ์ อดีตนายกเทศมนตรีเมืองปัตตานี ๕ สมัย!
นายสุวิทย์ คณานุรักษ์ อดีตประธานสภาเทศบาลตำบลสุไหงโก-ลก และประธานสภาจังหวัดนราธิวาส
นายจำเริญ วัฒนายากร ต.ม. และเหรียญรัตนาภรณ์ ชั้นที่ ๔
นายเติมศักดิ์ คณานุรักษ์ อดีตนายกเทศมนตรีเมืองปัตตานี
ฯพณฯ นายสวัสดิ์ วัฒนายากร องคมนตรี
ตำราไสยศาสตร์ ของนายอนันต์ คณานุรักษ์
เมื่อข้าพเจ้าเป็นเด็กหัวตลาด (น.พ.ปานเทพ คณานุรักษ์)
น.อ.นพ.สืบสาย สุวรรณจินดา รน. อดีตนายกเทศมนตรีเมืองยะลา
ตำรับยาจีนแผนโบราณ โดยนายมานพ คณานุรักษ์
ต้นตระกูล ทายาทหลวงสำเร็จกิจกรจางวาง ชั้นที่ ๑ และ ๒
 

       Contact Us  
Subject/เรื่อง:  
From/จาก:  
Sender Email/อีเมล์ผู้ส่ง:  
Detail/รายละเอียด:  
       


ส่งเมล์หน้านี้ให้เพื่อน    ตั้งเว็บนี้ เปิดเป็นหน้าแรก
  Home  | ทายาทหลวงสำเร็จกิจกรจางวาง เมืองปัตตานี | เชิญมาคุยกันฉันญาติมิตร | หลวงพ่อทวดเหยียบน้ำทะเลจืด วัดช้างให้ | เจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว ศาลเจ้าเล่งจูเกียง | ประวัติศาสตร์และบุคคลสำคัญเมืองปัตตานี | อัลบั้มภาพถ่าย



kananurak.com
Copyright (C) 2000-2006 All Rights Reserved