Home        ทายาทหลวงสำเร็จกิจกรจางวาง เมืองปัตตานี        เชิญมาคุยกันฉันญาติมิตร        หลวงพ่อทวดเหยียบน้ำทะเลจืด วัดช้างให้        เจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว ศาลเจ้าเล่งจูเกียง        ประวัติศาสตร์และบุคคลสำคัญเมืองปัตตานี        อัลบั้มภาพถ่าย

 

ทายาทหลวงสำเร็จกิจกรจางวาง เมืองปัตตานี ๗ สาย
 หลวงสำเร็จกิจกรจางวาง
 สายนางเม่งจู โกวิทยา
 สายหลวงสุนทรสิทธิโลหะ
 สายคุณพระจีนคณานุรักษ์
 สายนายจูเส้ง คณานุรักษ์
 สายนางกี่จู กาญจนบุษย์
 สายนางจูกี่ แซ่เล่า
 สายหลวงวิชิตศุลกากร
ข่าวสารบ้านเมือง
  ข่าวพาดหัวหนังสือพิมพ์
  ข่าวกรมประชาสัมพันธ์
  มติชนกรุ๊ป
  คมชัดลึก - เนชั่นกรุ๊ป
  ผู้จัดการออนไลน์
  ไทยรัฐ
  เดลินิวส์
  ไทยโพสต์
  ฐานเศรษฐกิจ
 ModernNineTV
 Nation Channel
 Asia Satellite TV
เพลิดเพลินจำเริญใจ
 พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ
 พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ
 พิพิธภัณฑ์การเรียนรู้ มิวเซียมสยาม
 สวนสัตว์ของเรา
 ท่องเที่ยวทั่วไทย
 สถานีเพลงคาราบาวออนไลน์
 มูลนิธินาฏยศาลา หุ่นละครเล็ก (โจหลุยส์)
 มูลนิธิ จักรพันธุ์ โปษยกฤต
 มูลนิธิมหาอุปรากรกรุงเทพ (บางกอกโอเปร่า)
เว็บนี้มีประโยชน์
 เครือข่ายกาญจนาภิเษก
 สำนักราชเลขาธิการ
 NECTEC - เนคเทค
 สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย
 รวมพลังหาร2 108 วิธีประหยัดพลังงาน
 ดิกชันนารีไทยอังกฤษ
 พจนานุกรมไทยออนไลน์
 พจนานุกรมพุทธศาสน์ ประมวลธรรม (พระธรรมปิฎก)
 หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ
 ฐานข้อมูลหน่วยงานของรัฐ
 เส้นทางรถไฟฟ้า บีทีเอส
 เส้นทางเดินรถไฟฟ้าใต้ดิน
 รายงานสภาพจราจรผ่านอินเทอร์เน็ต
 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์
 TQA รางวัลคุณภาพแห่งชาติ
เด็กคืออนาคตของชาติ
 ปลาวาฬบราวเซอร์ ท่องเน็ตปลอดภัย ห่วงใยเยาวชน
 TK Park อุทยานการเรียนรู้
 พิพิธภัณฑ์เด็กกรุงเทพมหานคร
 อะไรเอ่ย นิทาน เด็ก ครอบครัว ทันโลก
 สคูลไทยแลนด์ ประสบการณ์การเรียนรู้ในรูปแบบใหม่
 ศูนย์การเรียนรู้คณิตศาสตร์ออนไลน์
 วิชาการ.คอม คลังความรู้ ปัญญาไทย เพื่อการศึกษาไทย
 นิทานออนไลน์ มูลนิธิเด็ก
 ห้องสมุดมารวย ตลาดหลักทรัพย์
ค้นหาอินเตอร์เน็ต
 แบล็คเกิ้ล ค้นหาประยัดพลังงาน
 กูเกิ้ลไทย
 ยาฮูเซิร์ช
 MSN Search
สังคมสื่อสาร
 FaceBook
 Twitter
 ไทยเมล์
 Gmail
 ฮ็อตเมล์
 ยาฮูเมล์
 สื่อสารทันใจด้วย ICQ
เว็บทายาทฯ ของเรา
 โรงแรม ซี.เอส. ปัตตานี
 โรงแรม ภูริมาศบีชแอนด์สปา
  ศรีพลเทค
  ปิงปองชวนท่องเที่ยว
  เจมส์ ภูวเดช คณานุรักษ์
  บล็อกหมอปานเทพ คณานุรักษ์
----------------------------
หากเว็บนี้ยังประโยชน์แก่ท่านบ้างทางหนึ่งทางใด
ข้าพเจ้าขออุทิศคุณความดีทั้งปวงนั้นแด่บรรพบุรุษ
บิดา มารดา ญาติพี่น้อง และ ครูบาอาจารย์ทุกท่าน
หากแม้มีความบกพร่องใดๆ โดยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์
ข้าพเจ้าขอน้อมรับผิดทุกประการแต่เพียงผู้เดียว
  รักศักดิ์ คณานุรักษ์ (ต้น)
 MBA, State University of New York at Buffalo
 Prince of Songkla University
 โรงเรียนสาธิต มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
 ส่งข้อความถึงเว็บมาสเตอร์


ทายาทหลวงสำเร็จกิจกรจางวาง เมืองปัตตานี

ตำราไสยศาสตร์ ของนายอนันต์ คณานุรักษ์





(ภาพ: นายอนันต์ คณานุรักษ์)



คำปรารภ


เมื่อวันที่ ๑ มกราคม ๒๔๙๗ ได้พิมพ์ตำรานี้ขึ้นจำนวน ๑๐๐๐ เล่ม ได้ส่งแจกจ่ายเปนของขวัญวันขึ้นปีใหม่ ให้แก่ญาติมิตร ทหาร และตำรวจไปแล้ว

ตั้งแต่นั้นมาก็ได้รับข่าวดีจากท่านผู้รับตำรานี้มากราย บางรายที่อยู่ห่างไกลต่างภาคกัน ก็ได้ส่ง จ.ม. มาขออยู่เรื่อยๆ ปรากฎว่ายังมีผู้สนใจและต้องการอีกมาก แต่ตำรานี้ได้แจกจ่ายหมดไปแล้ว

ข้าพเจ้ารู้สึกปลื้มใจ ที่ปรากฎว่ามีผู้สนใจในตำราไสยศาสตร์กันมากในยุคนี้ แม้ข้าพเจ้าต้องมีการเสียสละค่าจ้างพิมพ์และเวลาเรียบเรียงไปบ้างก็ตาม แต่ปรากฎว่าไม่ไร้ประโยชน์เสียเปล่า จึงได้เสียสละจัดการพิมพ์ขึ้นเปนครั้งที่ ๒ จำนวน ๕๐๐๐ เล่ม การที่พิมพ์ขึ้นมากกว่าครั้งแรกนั้น โดยเจตนาจะได้ส่งมาแจกจ่ายแทนของขวัญให้แก่พี่น้องทหารไทยเปนส่วนใหญ่ ขอให้พี่น้องทหารผู้ที่ได้รับหรือได้ศึกษาจากตำราเล่มนี้ หากเกิดความเชื่อมั่นแล้วจงเลือกปฏิบัติตามใจชอบ

ข้าพเจ้า ขอยืนยันด้วยเกียรติและความสัตย์จริงว่า การพิมพ์ทำตำรานี้ขึ้นแจกจ่ายนั้นเปนเจตนาที่สุจริต ใช่จะคิดโอ้อวดแต่ประการใด มีแต่เจตนาดีต่อญาติมิตรและพี่น้องทหารไทยในยุคนี้เท่านั้น

ข้าพเจ้าไม่ได้เปนอาจารย์อาคมขลังอย่างใดเลย แต่ข้าพเจ้าเปนผู้มีอาชีพ อุตสาหกรรมเหมืองแร่ดีบุก ในที่ป่าและภูเขาในที่กันดาร

เหตุนี้อาจจะมีบางท่านสงสัยว่า ข้าพเจ้าคัดลอกตำราไสยศาสตร์นี้มาจากไหนก็ได้ ข้าพเจ้าจึงจำเปนจะต้องแจ้งเรื่องที่ได้มาของตำราเล่มนี้ให้ท่านทราบแต่เพียงย่อๆ ดังต่อไปนี้ คือ


เมื่อสมัยประมาณ ๑๒๕ ปี มาแล้ว นายบุ้ย แซ่ตั่น ต่อมาเจ้าเมืองสงขลาสมัยนั้น แต่งตั้งให้เปนหลวงสำเร็จกิจ(กร)จางวาง เปนหัวหน้าควบคุมจีนอยู่ที่เมืองตานี (จังหวัดปัตตานี) ท่านผู้นี้เปนปู่ชวดของข้าพเจ้า และได้มีอาชีพงานอุตสาหกรรมเหมืองแร่ดีบุกอยู่ในเทือกเขาถ้ำทะลุ ตำบลถ้ำทะลุ อำเภอบันนังสตา จังหวัดยะลาในเวลานี้

หลังจากนั้นต่อมา หมู่เหมืองแร่ดีบุกเหล่านี้ก็ได้ตกเปนกรรมสิทธิ์อยู่กับคุณพระจีนคณานุรักษ์ และท่านขุนจำเริญภักดี ซึ่งเปนปู่และบิดาข้าพเจ้า สมัยนั้นการคมนาคมจากเมืองตานีไปเหมืองแร่รายนี้ ต้องใช้ช้างเปนพาหนะและขนส่ง ต้องเดินทางรอนแรม ๔ ถึง ๕ วัน จึงจะถึงเหมือง และยังมีทางน้ำโดยใช้เรือท้องแบนกินน้ำตื้นโดยสาร และบรรทุกข้าวของ ล่องจากตานีถึงอำเภอบันนังสตา ๑๐ วัน ถึง ๒๕ วันจึงจะถึงท่าเรือ แล้วต้องลำเลียงขนส่งไปกับช้างอีกเปนทางเดินครึ่งวันจึงจะถึงเหมืองแร่ ระหว่างทางเดินและพักแรมในป่าใหญ่นี้ มีภัยนาๆ ชนิดที่อาจจะมารบกวน เช่น เสือ และสัตว์ร้าย ช้างร้ายมีอยู่เปนโขลงๆ ย่อมเปนที่หวาดเกรงต่อผู้เดินทางยิ่งนัก โจรผู้ร้ายในสมัยนั้นมีบ้างประปราย ไม่มากอย่างสมัยนี้

การปกครองของรัฐบาลสมัยนั้น จะเรียกว่าไม่มีอะไรเสียเลยก็ไม่ผิด ปู่และบิดาของข้าพเจ้าจำเปนต้องปกครองคนงาน และราษฎรที่อาศัยทำมาหาเลี้ยงชีพอยู่ภายในบริเวณเหมืองแปลงนี้ และเหมืองย่อมๆ ที่มีอยู่ใกล้เคียงอีก ๗ แห่ง ในหมู่เหมืองเหล่านี้มีคนประมาณสามพันคน คนเหล่านี้เปนจีนถึง ๙๐ เปอร์เซ็น นอกนั้นก็เปนไทยและไทยอิสลาม จึงน่าจะคิดว่าการที่ปู่และบิดาข้าพเจ้าสามารถปกครองคนจำนวนมากอยู่ในป่าและภูเขาลึกลับจากชุมนุมชนเช่นนี้ หากจะไม่มีอะไรดีอยู่บ้างแล้ว จะคุ้มครองกันได้ตลอดไปแหละหรือ

ขณะนั้นก็ยังมีเหมืองแร่ที่เปนคู่แข่งกันอยู่อีก ๒ แห่ง ชื่อเหมืองดิดะและเหมืองลาบู มีคนจีนอาศัยอยู่ประมาณ ๓๕๐๐ คนๆ เหล่านี้ได้ก่อตั้งพรรคเปนอั้งยี่ขึ้นคณะหนึ่ง และอั้งยี่คณะนี้ เคยก่อกวนความสงบเรียบร้อยของเพื่อนเหมืองข้างเคียงอยู่เสมอ ซึ่งครั้งหนึ่งได้ยกพวกจำนวนประมาณ ๕๐๐ คน รุกรานถึงเหมืองถ้ำทะลุขณะที่ปู่และบิดาข้าพเจ้าลงมาอยู่ที่ตานี หัวหน้าคนงานบิดาข้าพเจ้าเปนคนไทยไปจากสงขลา ได้คุมคนงานจีนไทยป้องกันรักษาแนวทางไว้ ต่อสู้กันอยู่ครึ่งวันพวกอั้งยี่จึงเลิกกลับไป

หลังจากนั้นมา บิดาข้าพเจ้าได้นำข้าหลวงโลหะกิจสมัยนั้น ซึ่งไปจากกรุงเทพฯ ไปตรวจดูการเหมืองแร่ผ่านทางเหมืองลาบูและไปพักแรมที่เหมืองดิดะ อั้งยี่คณะนั้นได้รวมพวกกันประมาณ ๑๐๐๐ คน ยกเข้าล้อมที่พักข้าหลวงโลหะกิจและบิดาข้าพเจ้าไว้ในเวลากลางคืน แต่ก็ไม่มีอั้งยี่คนใดกล้าบุกรุกเข้าไปในที่พัก เหตุการณ์นี้ทราบถึงปู่ข้าพเจ้าในคืนนั้นจึงมอบให้คนไทยที่เปนหัวหน้าคนงานเตรียมระดมคนงานจีนประมาณ ๕๐๐ คน ได้เวลาย่ำรุ่งก็ยกกองออกเดินทางไปช่วย เมื่อถึงที่เกิดเหตุแล้วก็ได้ตั้งกองคุมเชิงกันอยู่ริมเชิงเขาดิดะ พวกอั้งยี่รู้เรื่องก็เลิกล้อมในเวลาประมาณ ๑๐ น. ตั้งแต่นั้นมาอั้งยี่พวกนี้ก็ไม่เคยรบกวนอีก

เหตุการณ์ตามที่กล่าวมาแล้วนี้ ทำให้ปู่และบิดาข้าพเจ้าเพิ่มความสนใจวิชาไสยศาสตร์ยิ่งขึ้น ทั้งนี้เพื่อเปนรั้วคุ้มกันภัยที่ได้มีอาชีพในที่เปลี่ยวและกันดารเช่นนี้ และตามที่ปู่และบิดาข้าพเจ้าสนใจในวิชาไสยศาสตร์ในสมัยนั้นก็ไม่ไร้ผลเสียเลย เพราะปรากฎต่อมาไม่นานจีนอั้งยี่ของเหมืองดิดะและลาบูคณะนั้น ก็ได้ยอมสวามิภักดิ์ยอมอยู่ในบังคับบัญชาบิดาข้าพเจ้าแต่ผู้เดียว จากนั้นมาก็ไม่มีอะไรควรจะกล่าว

ส่วนพวกเหล่าร้ายอันธพาล ก็นับถือเกรงกลัวกันทั่วๆ ไป ตามที่ท่านทั้งสองได้รับผลตามกล่าวมานี้ ใช่ว่าจะอาศัยแต่วิชาไสยศาสตร์แต่อย่างเดียวก็หาไม่ หากท่านทั้งสองมีความสุจริตธรรมประกอบสนับสนุนด้วย และยังปรากฎว่าบิดาข้าพเจ้าเดินทางโดยไม่มีพาหนะ เช่นช้างหรือม้า ไปตามจังหวัดใกล้เคียง เช่นนราธิวาส สงขลา พัทลุง ซึ่งสมัยนั้นไม่มีถนนให้เดินอย่างเวลานี้ และก็ไม่มีสัตรูหมู่พาลมารบกวนเลย และได้เดินทางจากเมืองตานีมาลงเรือสำเภาที่ท่าเรือเมืองสงขลาพร้อมด้วยปู่ข้าพเจ้าเพื่อเข้ามากรุงเทพฯ สมัยนั้นปากน้ำตานี (ปัตตานี) ยังไม่มีท่าเรือรับส่ง

เมื่อถึงกรุงเทพฯ แล้ว กรมพระยาดำรงราชานุภาพนำเข้าเฝ้ากราบถวายบังคมพระปิยะมหาราช ปู่ของข้าพเจ้าได้ถวายตัวเปนมหาดเล็กพิเศษ ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าให้เปนหัวหน้าดูแลจีนในเมืองตานีแต่นั้นมา ตามที่กล่าวมานี้เปนเรื่องของผู้ถือวิชาไสยศาสตร์ในสมัยนั้นได้ปฏิบัติมาจนเกิดผลเปนที่พอใจของบุตรหลานกระทั่งบัดนี้

ข้าพเจ้าผู้เปนบุตรและหลาน หากจะไม่กล่าวเสียเลยก็จะพอคาดกันไม่ผิด ความจริงก็เปนอย่างว่า ฯ 

 

เมื่อข้าพเจ้าอายุ ๑๗ ปีก็ได้สนใจในวิชานี้ และเมื่ออายุ ๒๒ ปี ก็ได้เริ่มต้นมีอาชีพทางเหมืองแร่ดีบุกตามอย่างปู่และบิดามาจนบัดนี้

ในสมัยข้าพเจ้ามีอาชีพเหมืองแร่ดีบุกนั้น การปกครองของรัฐบาลได้เจริญขึ้นมาก ถนนหนทางก็มีขึ้นจากจังหวัดปัตตานีถึงยะลาและอำเภอบันนังสตา เปนถนนสายที่จะไปเหมืองแร่ถ้ำทะลุ แต่ก็เปนถนนสำหรับคนเดินและช้างม้าเดินเท่านั้น จะใช้ยวดยานที่มีล้อหมุนยังไปไม่ได้ การปกครองมีมณฑล จังหวัด อำเภอ ตำรวจปกครองให้สันติแก่ประชาชน แต่ระหว่างทางเดินที่ยังเปลี่ยวและที่เหมืองแร่ก็เปนป่าใหญ่และภูเขาตั้งอยู่ในที่ลึกลับเช่นนี้ ก็เหลือกำลังของเจ้าหน้าที่ในสมัยนั้นจะอารักขาได้ทั่วถึง

สมัยข้าพเจ้านั้นภัยจากการเดินทางมีแต่โจรผู้ร้ายมากกว่าแต่ก่อน แต่ภัยจากสัตว์ร้ายนั้นไม่มีเลย ข้าพเจ้ากำลังมีเลือดหนุ่มจึงชอบการเดินทางโดยลำพังคนเดียว หากไม่มีสัมภาระใดๆ ต้องหาบหาม ข้าพเจ้ามีกิจการที่ต้องเดินไปมาระหว่าง ปัตตานีกับเหมืองแร่ ปีละ ๓ ถึง ๕ ครั้ง ต้องเดินทางเช่นนี้อยู่นานถึง ๑๘ ปี ทั้งนี้เพราะเกี่ยวกับอาชีพตามกล่าวแล้ว และยังต้องเดินทางเข้าป่าดงพงเขาในที่กันดารอีกมากแห่ง เพื่อแสวงหาเหมืองแร่ดีบุกและแร่ทองคำในเขตจังหวัดยะลาและนราธิวาส ทั้งจังหวัดปัตตานี เดินทางแต่ละครั้ง ๓ วัน ถึง ๕ วัน และพักแรมเพื่อตรวจแร่ ๓ วัน ถึง ๒๖ วัน แต่ละแห่งของที่พักแรมเปนป่าใหญ่และภูเขาที่เปลี่ยวและหวาดเกรงภัยนาๆ ประการตลอดการเจ็บไข้ แต่ข้าพเจ้าไม่เคยประสพภัยใดๆ เลย

ครั้งญี่ปุ่นยกพลขึ้นปัตตานี ข้าพเจ้าก็มิได้ถูกรบกวนให้เดือดร้อนอย่างผู้อื่น ตามที่จำเปนกล่าวมามากมายเช่นนี้ ก็เจตนาให้ท่านพิจารณาว่า ผู้ศึกษาไสยศาสตร์นั้นมีคุณและโทษอย่างไร ในเมื่อเราประพฤติธรรม แต่ถ้าหากประพฤติทางทุจริตแล้ว ไสยศาสตร์จะนำท่านไปสู่ความเดือดร้อนล่มจมแน่

แต่การเชื่อถือไสยศาสตร์นี้ ผู้ที่มีกำเหนิดมาอยู่บนกองเงินกองทองโดยไม่รู้จักกรากกรำลำบากแล้ว เขาก็จะหาว่าเปนเรื่องไร้สาระ ฉะเพาะข้าพเจ้าตั้งแต่ปู่และบิดามาแล้วมีอาชีพที่เสี่ยงภัย จึงเกิดความเชื่อถือวิชานี้ไว้คุ้มกัน และก็เปนที่ประจักษ์ตามที่กล่าวมา อีกประการวิชาไสยศาสตร์นี้บรรพบุรุษของปวงชนชาวไทยเราก็เคยสนใจ และทำชื่อเสียงถึงกับทำการกู้ประเทศชาติไว้ได้ ด้วยความกล้าหาญเปนผลสำเร็จ

ขณะนี้ข้าพเจ้ามีอายุ ๖๐ ปีบริบูรณ์แล้ว คิดว่าหากตายลงวันใด วิชาอาคมที่ได้สร้างสมมามากมายนี้ก็จะดับสูญตามข้าพเจ้าไปโดยไร้ประโยชน์เปล่า และเห็นว่าในยุคนี้ลูกผู้ชาย จะต้องมีหน้าที่ถืออาวุธป้องกันประเทศชาติและครอบครัว วิชาไสยศาสตร์จะได้เปนกำลังใจของท่านให้เกิดความเข้มแข็ง และกล้าหาญในการที่จะปฏิบัติหน้าที่ยามมีเหตุ

ข้าพเจ้าจึงได้พิมพ์ตำรานี้ขึ้นเพื่อแจกจ่ายให้แก่ท่าน วิชาอาคมใดๆ ในตำรานี้หรือนอกตำรานี้ จะมีความประสิทธิ์ขลังหรือไม่นั้น ข้าพเจ้าขอยืนยันว่าหากไม่ประสิทธิ์ขลังแล้ว ก็เปนเพราะผู้ปฏิบัติขาดหลักดังจะกล่าวในหลักปฏิบัติต่อไป ความจริงวิชาอาคมใดๆ หากผู้ปฏิบัติเชื่อมั่นใช้ถูกต้องตามหลักการปฏิบัติแล้วย่อมเกิดผลเปนที่พอใจ ถ้าหากท่านได้พระคาถามหาวิเศษมาแต่พระฤๅษีองค์ใด แต่ท่านหย่อนความเชื่อมั่นและไม่ปฏิบัติตามหลักแล้ว พระคาถานั้นก็จะไม่เกิดผลดีให้แก่ท่านเลย

เหตุนี้ข้าพเจ้าจำเปนขอความกรุณาต่อผู้ที่ยังเข้าไม่ถึงวิชานี้ แต่หากท่านได้รับตำรานี้ไว้ ขอได้กรุณาจงสละและมอบให้ญาติมิตรของท่านผู้ที่เขาสนใจต่อไป ข้าพเจ้าขอขอบคุณไว้อย่างสูง

อีกประการข้าพเจ้าขออภัยต่อท่านผู้เชี่ยวชาญวิชานี้ หากท่านพบจุดขาดตกบกพร่องอย่างใดแล้ว โปรดแก้ต่อเติมได้ จะขอบคุณอย่างสูง

การสร้างตำราไสยศาสตร์แจกจ่ายครั้งนี้ หากเกิดผลดีประการใดขึ้นแล้ว ข้าพเจ้าขออุทิศผลดีนั้นให้แก่บรรพบุรุษ บิดา มารดา และคุณครูบาอาจารย์ จงได้รับทั่วกัน เทอญ.

อนันต์ คณานุรักษ์             

 ๒๙ ถนนอาเนาะรู อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี

 


 

คติธรรม ของ ท่านเจ้าคุณญาณโมลี วัดตานีนรสโมสร

ไสยศาสตร์ แปลว่า ความรู้เรื่องการนอนของใจ ได้แก่ทำใจให้สงบ จากอารมณ์ที่ปรารถนาบ้าง และไม่ปรารถนาบ้าง จนใจวางอารมณ์นิ่งอยู่กลางๆ หรือที่เรียกว่า วางเฉย ใจเช่นนี้แหละเรียกว่า ใจนอน

เมื่อนำไปใช้เข้ากับอารมณ์ใด ย่อมเปนใจที่ทรงไว้ซึ่งอำนาจอย่างน่าอัศจรรย์ สามารถที่จะบันดาลเหตุการณ์และสรรพสิ่งต่างๆ ให้เปนไปตามความปรารถนา ผู้ที่ศึกษาความรู้การนอนของใจนี้ ย่อมทำอะไรได้แปลกประหลาดเปนพิเศษ เช่นการอยู่ยงคงกะพันชาตรี ไปมาไหนๆ ได้รวดเร็ว ฯลฯ เปนผู้มีเมตตามหานิยม เปนต้น

ความรู้ประเภทนี้จึงเปนที่นิยมของท่านบุรพชนชาวไทยมาแต่โบราณกาลจนตราบเท่าทุกวันนี้ แต่มีหลักธรรมดาอยู่ว่า สิ่งใดมีคุณอนันต์ สิ่งนั้นก็มีโทษมหันต์ ไสยศาสตร์ก็เหมือนกัน ถ้าผู้เรียนรู้แล้วนำไปใช้ในทางที่ผิด เช่นเปนผู้ร้ายปล้นสดมภ์ หรือเอาไปใช้เปนอาถรรพณ์ฝังรูป ทำให้ผู้อื่นทุกข์ยากลำบาก ก็มีผลร้ายสท้อน ผู้นั้นหาความเจริญมิได้ กลายเปนคนคุ้มดีคุ้มร้ายดูน่าสลดใจ แต่ถ้านำไปใช้ในทางที่ดี เช่นต่อสู้เพื่อประเทศชาติ หรือช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ได้ยาก ก็มีผลดีสท้อนให้ผู้นั้นมีความเจริญด้วยลาภยศสรรเสริญสุข อันเปนความประสงค์ของผู้สร้างตำหรับไสยศาสตร์ที่แท้จริง

นายอนันต์ คณานุรักษ์ ได้นำตำราไสยศาสตร์ ซึ่งได้นำสืบๆ กันมาจากต้นตระกูล เพื่อเปนของขวัญแก่ทหารของชาติ และแจกจ่ายแก่ญาติมิตร ในวันขึ้นปีใหม่ ฑ.ศ. ๒๔๙๘ เมื่อได้อ่านดูแล้วเห็นว่าเปนกุศลเจตนา ที่ปรารถนาดีต่อประเทศชาติ จึงได้ยอมเสียสละวิชาความรู้อันเปนของประจำตระกูลให้แก่เพื่อนร่วมชาติ ในยามประเทศชาติอยู่ในภาวะคับขัน แต่เพื่อป้องกันผลร้าย มุ่งหมายให้เกิดแต่ผลดีแก่ผู้เล่าเรียนวิชาไสยศาสตร์เล่มนี้ ขอให้ผู้เรียนถือหลักเปนคติธรรมว่า

๑.  จะไม่นำวิชานี้ไปใช้ในทางที่ผิดธรรม
๒.  จะใช้เพื่อป้องกันตน ญาติมิตร และประเทศชาติ
๓.  หากจำเปน ก็เมื่อตนเปนฝ่ายถูก มีความบริสุทธิ์ใจ

หากท่านผู้ใดปฏิบัติได้ตามคติธรรมนี้ วิชาไสยศาสตร์ที่ท่านเรียนก็จะดลบันดาลให้เกิดความศักสิทธิ์ขลัง ผลสท้อนทำให้ท่านเปนผู้เจริญด้วยจตุรพิธพร คือ อายุ วรรณะ สุขะ พละ ตลอดกาลทุกท่าน ฯ

พระญาณโมลี     
วัดตานีนรสโมสร   

๒๕ ธันวาคม ๒๔๙๗


 

"หลักการปฏิบัติ"

ข้าพเจ้าเคยศึกษาต่อท่านผู้รู้และอาจารย์หลายท่าน และทั้งได้พบในตำราเก่าและใหม่ ให้หลักปฏิบัติเอาไว้ มีแนวเดียวกันดังนี้

๑.  เมื่อจะทำกิจการใด เกี่ยวกับ เวทย์มนต์อาคมแล้ว เริ่มต้นให้ระลึกมั่นในคุณพระรัตนไตร คุณบิดามารดา คุณครูบาอาจารย์ เปนประธานขอความประสิทธิ์ขลัง

๒.  จงตั้งใจให้เปนสมาธิ และให้เกิดความเชื่อมั่นแน่วแน่ในวิชาอาคมนั้นๆ จงตัดเสียซึ่งความลังเลใจใดๆ

๓.  ถ้าจะทำฝ่ายอิทธิฤทธิ์และคงกะพัน ต้องทำใจให้เข้มแข็ง ถ้าจะทำทางเมตตามหานิยม ก็ต้องทำใจให้อ่อนโยน ปล่อยอารมณ์ให้สงบเยือกเย็น

๔.  ถ้าจะปลุกเสกใดๆ หรือปัดเป่า จงพยายามเพ่งกระแสจิตให้แน่วแน่ลงสู่สิ่งนั้นๆ เช่นเสกน้ำมนต์ เปนต้น

ผู้ใดปฏิบัติได้ตามหลักนี้ แม้จะได้เวทย์มนต์มาจากเด็กโยมวัด ก็สามารถทำให้เกิดความประสิทธิ์ขลังสมเจตนาแน่

อนันต์ คณานุรักษ์     



 

 
*****บางส่วนของคาถาอาคม กำลังทยอยลงเพิ่มเติมครับ*****
 
 


"ไหว้สรรพคุณ"

นั่งพนมมือหน้าพระบูชา หรือบนที่นอน ภาวนาว่า พุทธคุณ ธรรมคุณ สังฆคุณ ปัถวีชัยยะมุงคุณ ฯ ไหว้สรรพคุณเปนมงคลว่า ๓ จบ แล้วว่า พุทธคุณ ธรรมคุณ สังฆคุณ ปัถวีชัยยะมุง ฯ บทนี้ว่า ๓ จบ ขอให้สรรพคุณคุ้มครองกันสรรพภัย ฯ


"พระอิติปิโสถอยหลัง"

ติวาคะภะโท พุธนังสานุสมะวะ เทถาสัตถิระสา มะธัมสะริปุโร ตะนุตอะทู วิกะโลโต คะสุโน ปันสัมนะระจะชา วิชโทพุทธสัมมาสัมหัง ระอะวาคะภะโส ปิติอิ ฯ

พระคาถานี้มีคุณานุภาพมากหลายเหลือจักพรรณนา จึงขอแจ้งย่อๆ พอควรดังนี้ ภาวนาทุกค่ำคืนก่อนจะนอนเปนประจำ จะเปนที่เมตตาแก่เทพยดาและปวงชน อายุจะยืนยาว คุ้มกันภัยสัตรูจะทำร้ายไม่ได้เลย ปีศาจร้ายก็เกรงกลัวไม่อาจเข้าใกล้ เสดาะโซ่ตรวนขื่อคา ภาวนาเป่าลงร่ำไปหลุดแล ฯ  เสกน้ำมนต์รดศีรษะและดื่มกิน สะเดาะลูกที่คลอดไม่ออกจะออกแล ฯ จงเสก ๑๐๘ คาบ ก้างปลาติดคอก็ใช้ได้เช่นกัน เสกหมากพลูหรือน้ำมนต์ ๑๐๘ คาบ ให้คนเจ็บกินรดศีรษะ แก้คุณกระทำทุกชนิด ทั้งปัดปอนด้วย เสกข้าวกินทุกมื้อเปนประจำ คงกะพันแก่อาวุธ เอาลิ้นแทงอากาศ (ลิ้นดุนเพดาน) อึดใจภาวนา เมื่อผจญสัตรู เปนมหาจังงัง สัตรูกลัวอำนาจยิ่งนัก เสกแป้ง มันหอม ทาหรือใส่ผม เปนเสน่ห์แก่หญิงชายทั่วไป ภาวนาลูบทาขึ้นเช้าและค่ำเปนประจำทุกวัน เปนคงกะพันและมีอิทธิฤทธิ์กล้าแข็ง ถ้าจะเดินทางไกลบ่ายหน้าทางทิศที่จะไป ยืนภาวนา ๓ คาบจึงยกเท้าออกเดิน จะเกิดสวัสดีสถาพร แคล้วคลาดจากภัยนาๆ ประการ ฯ


"พระอิติปิโสแปดด้าน"

    • อิระชาคะตะระสา  ชื่อ  กะทู้ ๗ แบก 
      ประจำทิศบูรพา
    • ติหังจะโตโรถินัง  ชื่อ  ฝนแสนห่า 
      ประจำทิศอาคเนย์
    • ปิสัมระโลปุสัทพุธ  ชื่อ  เกลื่อนสมุทร
      ประจำทิศทักษิณ
    • โสมะนากะวิถาโท  ชื่อ  นารายณคว้างจักร์
      ประจำทิศหรดี
    • ภะสัมสัมวิสะเทภะ  ชื่อ  กวาดป่าหิมพานต์
      ประจำทิศปัจฉิม
    • คะพุทธะปัญทู ธัมมะวาคะ  ชื่อ  นารายณ์เกลื่อนจักร์
      ประจำทิศพายัพ
    • วาโทโนอะมะวา  ชื่อ  นารายณถอดรูป
      ประจำทิศอุดร
    • อะวิสสุคนุสานุสติ  ชื่อ  นารายณ์แปลงรูป
      ประจำทิศอีสาน

สิทธิการิยะพระอิติปิโสแปดด้าน ฤทธิ์พ้นคณนา อาจจะกันได้สารพัดตามปรารถนา พระอาจารย์ท่านกล่าวไว้ว่าฝอะท่วมหลังช้าง มีอุปเทห์มากหลายเหลือที่พรรณนา ท่านกล่าวไว้ย่อๆ ให้ใช้ตามอุปเทห์ดังต่อไปนี้

ถ้าจะไปทางไกลแห่งหนใด ให้ภาวนาพระคาถาประจำทิศที่จะไป จะคุ้มกันเหตุเภทภัยไม่แผ้วพาน ถูกพิษผีหลวงหรือหลาวเหล็กก็ไม่มีภัย จะไปค้าขายก็เกิดผล นอกจากนี้ให้ใช้เปนบท ๆ ไปดังนี้

บทที่ ๑ กะทู้ ๗ แบก เสกข้าวกินทุกมื้อเปนประจำทุกวัน คงกะพันแก่อาวุธ ภาวนาเข้าสู้กับช้างอาจง้างเอางาหัก กำลังหนักกว่าช้างสาร ให้มัสการครูบรรยาย พระฤๅษีทั้งหลาย ๗ พระองค์ คุณครูทั้งสิ้นมา ท่ายเร่อยู่ทิศบูรพา ภาวนาอย่ากลัวมัน จงหันหน้าสู่ทิศนั้น

บทที่ ๒ ฝนแสนห่า ให้ภาวนาเมื่ออดน้ำวันยังค่ำ อย่ากลัวอยาก จงเสกหมาก ๑๕ คำกินถนำไปเถิดหนา นึกปรารถนาให้ฝนตก พระคาถายกใส่ไส้เทียน แล้วจงเพียรภาวนาพระคาถาแสนเก้าพัน ระลึกถึงชั้นเทวดาและอินทร์พรหมสิ้นทั้งหลาย ฝนตกเนื่องอย่าร้อนใจ เปนอะไรเสกน้ำพ่นถ้วน ๗ หนก็จะหาย เคารพครูประสิทธิ์ ท่านประจำทิศอาคเนย์

บทที่ ๓ เกลื่อนสมุทร ฤทธิ์สุดเสกพริกไทย ๗ เมล็ด เสก ๗ หน แล้วจงพ่นลงที่ฝีสัก ๓ ทีก็จะสูญ จะเสกปูนสูญฝีก็ได้ แม้ความไข้ก็ได้จะหาย เร่งตั้งใจภาวนา ลงกระดาษทำไส้เทียน แล้วจงเขียนพระคาถา ล้อมให้ครบตามกำลังเทวดาของผู้ไข้นั้น เทียนนั้นไซร้หนัก ๑ บาท จุดบูชาพระนั่งภาวนา โรคโรคานั้นจะสูญสิ้น จงหันหน้าไปทางทิศทักษิณแล้วบรรยาย

บทที่ ๔ พระนารายณ์คว้างจักร์ ฤทธิ์ศักดิ์มากนักหนา ภาวนาให้มั่นเมื่อผจญสัตรู ระลึกอยู่ในใจ สัตรูไซร้หย่อนฤทธา แขนและขาให้อ่อนเพลีย ใจละเหี่ยคิดย่อท้อ ไม่กล้าต่อสู้กับเรา ครูเฒ่าท่านกล่าวไว้ ท่านประจำทิศหรดี

บทที่ ๕ กวาดป่าหิมพานต์ เดชเชี่ยวชาญเลิศล้น แม้นเดินหนพบเสือช้าง ใจกระด้างแรดโคควาย โจรผู้ร้ายเปนคู่ขับ จงอึดใจภาวนา เปนมหาจังงัง มันหยุดยั้งไม่เข้าใกล้ สัตรูร้ายนั้นแคล้วคลาด อย่าประมาทจงภาวนา ทุกเวลาค่ำและเช้า จงบ่นเล่าพระคาถาเปนมหามงคล จงหันหน้าไปทิศประจิม

บทที่ ๖ นารายณ์เกลื่อนจักร์ ฤทธิ์นักครูท่านบอก ลูกไม่ออกเสกน้ำมนต์ ๑๐๘ หนกินเข้าไป ประพรมบนศีรษะ ดุจสวะจากคลองน้อย จงคอยดคล้อยโดยคล่อง ๆ สะเดาะของอื่นเสกวารี ถ้าไม่มีเสกน้ำลาย เป่ากระจายหลุดด้วยฤทธิ์ ครูอยู่ทิศพายัพ

บทที่ ๗ นารายณ์ถอดรูป เลิศฤทธิ์สุดศักดา ภาวนาสูบลมเข้าไป ยืนมั่นนับภาวนา จงเพ่งตาดูเงาไซร้ ถ้าเงาหายเปนกำบัง คนสะพรั่งไม่เห็นเรา อาจารย์อยู่ทิศอุดร จงหันหน้าทางทิศนั้น

บทที่ ๘ นารายณ์แปลงรูป อย่าระคายเร่งภาวนา สัตรูแปลกตัวเรา เสกเป่าสะเดาะ ๑๐๘ คาบ เป่ากระหน่ำมันลงไป ทนไม่ไหวหลุดหมดสิ้น อย่าถวิลเห็นประจักษ์ ถ้าหากรักทางเมตตา แป้ง มันหอมมาเสก ๑๐๘ ที เก็บเอาไว้เวลาใช้เสก ๗ หน ใส่ผมทาหน้าตน เปนเสน่ห์แก่หญิงชาย เขารักใคร่ดังลูกหลาน ครูท่านอยู่ทิศอีสานเร่งบูชา ภาวนาก่อนจะนอนสถาพรนักแล ฯ

พระคาถาบท อะวิสสุคนุสานุสติ ฯ นี้ จงนั่งภาวนาลูบพาขึ้นตั้งแต่ปลายเท้าถึงหน้าครั้งละ ๓ ที เช้าค่ำเปนประจำทุกวัน ตาจะแดงดังครุฑเปนมหาอำนาจยิ่งนัก สัตรูย่อมกลัวเกรง ถ้าสัตรูล้อมไว้จะหนีออกทางทิศใด ให้เอาพระคาถาทิศนั้นภาวนา ถ้าพักแรมคืนในที่ระแวงภัย ให้เอาดินหรือหินมา ๘ ก้อน ภาวนาพระคาถาประจำทิศไหนก็ให้คว้างหินหรือก้อนดินไปทางทิศนั้น จงครบทั้งแปดทิศ สัตรูเข้ามาไม่ถึงเรา นอกจากนี้หาวิธีใช้เอาตามปัญญาเถิด ฯ


"พระคาถาพระเจ้าห้าพระองค์"

 


"พระคาถามหาเย็น"

 


"คาถาคงเมล็ดข้าว"

 


"แต่งตัวเปนมงคล"

เมื่อจะนุ่งผ้าหรือกางเกง ให้ปฏิบัติดังนี้เพื่อเปนศิริมงคล ฯ

นุ่งผ้าหรือกางเกง ให้ว่า  เอารกหนาแม่มารองนั่ง ฯ

สวมเสื้อ ให้ว่า  เอารกบางแม่มาหุ้มตัว ฯ

รัดเข็มขัดหรือผ้าคาดเอว ให้ว่า  เอาสายสะดือพันรอบเอว กายะพันธะนัง ฯ

สวมหมวกหรือผ้าโพกศีรษะ ให้ว่า  เอาน้ำทังแม่มาทูลหัว มาเปนกรงจักร์แก้ว ครอบตัวของลูกไว้แล้ว นิตติ จิตติ จับปัตติสนธิ ทุกขัง อนิจจัง อนัตตา อิติปิโสภควา อรหังสัมมาสัมพุทโธ ฯ

ให้ปฏิบัติเปนประจำตลอดไป เปนมงคลแก่ตัว ย่อมแคล้วคลาดจากภัยอันตรายทั้งมวล เปนสง่าราศรีและอำนาจเหนือสัตรู อาวุธนาๆ ไม่เข้าใกล้ตัวเราเลย ฯ


"พระมหาประเจียด"

อึอิอะนาอะระหัง ฯ

นั่งบ่ายหน้าสู่ทิศบูรพาหรือทักษิณ วางอารมณ์ให้สงบ เอาแม่มือข้างขวาตั้งทับเข้าที่สะดือ (เรียกว่าหลัก) แล้วกลั้นใจภาวนาบิดหมุนแม่มือไปทางซ้ายเต็มอึดใจ ๑ ที หรือ ๑ รอบ แล้วตั้งแม่มือใหม่แต่ภาวนาบิดหมุนกลับมาทางขวา ๑ ที หรือ ๑ รอบ ทำวันละ ๒ เวลาเช้าค่ำเปนประจำทุกวัน เปนมหาประเจียด อาวุธนาๆ ไม่ต้องเลย ปืนยิงมาเปนห่าฝนก็บ่มิต้องกายเราวิเศษนัก หากจะภาวนาบิดหมุนไปแต่ข้างเดียวก็จะประเสริฐยิ่งนัก แม้จะกุมชายพกไว้ก็แทงไม่ถูก แต่การปฏิบัติอย่างนี้องคะชาติจะหดสั้นไม่มีเหลือเลย บทนี้วิเศษยิ่งนัก ฯ


"คาถาทำประเจียด"

อึฝนตกก็ไม่ต้อง อะฟ้าร้องก็บ่มิถึง แม่จูบลูกก็บ่มิถูก เปียกก็บ่ห่อนเปียก แห้งก็บ่ห่อนแห้ง ฯ

เมื่ออาบน้ำแล้ว ให้ภาวนาพาขึ้นลูบจากข้างสะเอวถึงศีรษะเต็มอึดใจ ๓ ที ทำทุกครั้งที่อาบน้ำแล้วเปนประจำทุกวัน ต่อนั้นก็ให้หลังมือข้างขวาเช็ดที่ใต้รักแร้ข้างซ้าย ว่า "สะเล๊าะ" เอาหลังมือข้างซ้ายเช็ดใต้รักแร้ข้างขวา ว่า "สะแล๊ะ" ใช้คู่กันเมื่ออาบน้ำแล้วเปนประจำ เปนประเจียดแคล้วคลาดอาวุธนาๆประการ ฯ


"พระบารมีกางทัศ"

อิติบารมีตาดึงษา อิติสะปัดอุมาคะตา อิติโพธิมนุษย์ปัตโต อิติปิโส เจ็ดเตนะโม ฯ

ได้เมื่อพระพุทธผจญกับพระยามาร มารพ่ายแพ้ถอยหนี หาเล่ห์ใช้ได้มากมาย เสกข้าวกินทุกมื้อเปนประจำคงกระพันชาตรี ภาวนามั่นไว้สรรพสัตรูทำร้ายมิได้เลย แม้จะเข้าสนามรบก็ดีย่อมแคล้วคลาดภัยนา ๆ ประการ จะไปแห่งใดจงบ่ายหน้าสู่ทิศที่จะไป ยืนอึดใจภาวนา ๓ ทีจึงไปเถิด คุ้มกันภัยอันตรายได้ทุกประการ สัตรูทำร้ายไม่ได้ เสกน้ำล้างหน้าทุกเช้าราษีดีเปนที่เมตตาแก่ฝูงชน ภาวนาต่อสู้กับสัตรูแคล้วคลาดอาวุธทั้งปวง เข้าที่อับจนมั่นภาวนาไว้จะปลอดภัย นอกจากนี้หาเล่ห์เอาตามปัญญา ฯ


"พระคาถาเรียกมนต์เข้าตัว"

สะอะระนะ สะวะระอะ มาเรโส ฯ

กลั้นใจภาวนาเต็มอึดใจ สูบลมเข้าท้องทำ ๓ ที เรียกคาถาอาคมเข้าตัว เพราะเวทย์มนต์ใด ๆ ย่อมเข้าออกไม่ประจำที่ ฯ


"คาถาปิดอักขระ"

นะปิดอักขระ นะปิดสะทะ ฯ

เมื่อทำวิชาอาคมแล้วให้เอามือปิดกระหม่อมภาวนาเต็มอึดใจ ๑ ที ปิดอาคม ฯ


"คาถาผูกอักขระ"

พุทธังผูก ธัมมังผูก สังฆังผูก พุทธังรัตตนัง ธัมมังรัตตนัง สังฆังรัตตนัง

กลั้นใจภาวนาเอานิ้วมือเวียนรอบสะดือเต็มอึดใจ ๑ ที ผูกอาคม ฯ


"พระคาถาชินะปัญชร"

 


"นมัสการคุณ"

 


"พระคาถาต่อกระดูก"

นังสังมังเส โลตังโลเต พุทธาจัตตาโร เอโกปัตโต ข้อหักกูจะต่อ กระดูกหักกูให้ติด นะมิดชิดคิดอิติ ฯ

สเกน้ำมันงาตามกำลังวัน ทาแผลที่กระดูกแตกหรือหักพร้อมด้วยปัดเป่าแล้วเข้าเฝือกไว้ และปัดเป่าทุกวันกว่าจะหายสนิท ฯ


"คาถาบูชาพระเคราะห์"

พุทโธโมเมเพวานัง สรรพเคราะห์ชะเตสูนยัง จันทรทังสะสิระวิเสาร์โร ครูราหู เกตุ จะมหาลาภัง สรรพเคราะห์ทุกขังภะวันตุเม ฯ

ภาวนาเวลาจะนอนทุกค่ำคืน ไหว้พระเคราะห์ที่ร้ายให้กลับเปนดี เสกน้ำประพรมรดศีรษะให้ผู้อื่นก็ได้สะเดาะพระเคราะห์ ฯ


"พระคาถาขัดเบ็ญขันธ์"

อิตินะขัดขันธ์แก้ว  ขัดขันธ์ไว้แล้ว  แผ้วไสยะไสยัง นะอิติ

อิติโมขัดขันธ์แก้ว  ขัดขันธ์ไว้แล้ว  แผ้วไสยะไสยัง โมอิติ

อิติพุทขัดขันธ์แก้ว  ขัดขันธ์ไว้แล้ว  แผ้วไสยะไสยัง พุทธอิติ

อิติทาขัดขันธ์แก้ว  ขัดขันธ์ไว้แล้ว  แผ้วไสยะไสยัง ทาอิติ

อิติยะขัดขันธ์แก้ว  ขัดขันธ์ไว้แล้ว  แผ้วไสยะไสยัง ยะอิติ ฯ

เสกน้ำล้างหน้าทุก ๆ เช้าเปนประจำ มีสง่าราษีสุกใสรุ่งเรือง เปนที่เมตตาแก่ปวงชนชายหญิง หน้าตาราษีไม่แก่เร็วไปตามวัย ถ้ารู้สึกขุ่นมัวจิตรใจเนื่องจากขลังอาคมหรือไม่สบายใด ๆ ให้เสกน้ำล้างหน้ารดศีรษะและดื่มกิน เสกหมากพลูกินก็ได้ ฯ

ไชยยะพุทธัง ไชยยะธัมมัง ไชยยะสังฆัง ฯ  เสกน้ำล้างหน้าทุกเช้าเจริญตัวและเจริญอาคม ฯ


"คาถาคุ้มตื่น"

อึกุมมะ มะถืออะ อะถือมะ ฯ

ภาวนาลูบพาขึ้นจากปลายเท้าถึงศีรษะ จะทำให้ผู้อื่นก็ได้ เสกพริกไทย ๗ เมล็ดให้กินก็ได้ คุ้มกันจิตรใจ มิให้ตื่นตกใจ ฯ


"ตำรายามหาวิเศษ"

ต้นเหงือกปลาหมอ หรือบางคนเรียกว่า ต้นหนามหมอ เอา ๒ ส่วนตากแห้ง พริกไทย ๑ ส่วน รวมเข้ากันบดเปนผงละเอียดละลายน้ำผึ้งรวงดี ทำเปนลูกกลอนกินวันละ ๓ เมล็ดเท่าเมล็ดพุดทรา กินเปนประจำทุกวันเปนยาอายุวัฒนะมีคุณดังนี้ ฯ

กินยา ๑ เดือน  เกิดมีสติปัญญาดี
กินยา ๒ เดือน  ราศรีงาม เปนที่พอใจมนุษย์
กินยา ๓ เดือน  ริสสีดวง ๑๒ จำพวกหาย
กินยา ๔ เดือน  กองลม ๑๒ จำพวกและความดันโลหิตไม่มีเกิดขึ้นเลย ผู้ที่เปนอยู่แล้วก็แก้ได้
กินยา ๕ เดือน  โรคโรคาในกายไม่มีเลย
กินยา ๖ เดือน  เดินทางวันละโยชน์ก็ไม่เหนื่อย
กินยา ๗ เดือน  เลือดลมในร่างกายบริบูรณ์ดี
กินยา ๘ เดือน  ทำลายกองเสมหะเสียงไพเราะดี
กินยา ๙ เดือน  คงกะพันแก่อาวุธทุกประการ ฯ

ต้นตำรายานี้ได้จากผู้พบลายแทงจังหวัดพิศณุโลกนำถวายกรมพระยาดำรงราชานุภาพๆ ให้ปู่ข้าพเจ้าคัดเขียนมาตามคำอุทิศของพระฤๅษี เจ้าของยาที่ให้ไว้เปนทานแก่ปวงชน ข้าพเจ้าได้ทดลองทำกินอยู่ ๒ เดือนปรากฎว่าดีจริง ต่อมาได้เผยแพร่ให้เพื่อนลองใช้ดู ปรากฎว่ามีสรรพคุณเปนที่พอใจเขามาก

เมื่อปรากฎเช่นนี้ข้าพเจ้าได้เขียนลงตำรานี้เพื่อประโยชน์ของผู้เจ็บป่วยที่สนใจ และตรงตามเจตนาของเจ้าของยา ฯ

 

อนันต์ คณานุรักษ์      

๒๙ ถนนอาเนาะรู อำเภอเมือง

จังหวัดปัตตานี          

 



 

ตำราไสยศาตร์

ของ

 

นายอนันต์ คณานุรักษ์

 

พิมพ์ขึ้นแทนของขวัญ ให้แก่ญาติมิตรและทหาร

พิมพ์ครั้งที่ ๒ จำนวน ๕๐๐๐ เล่ม

๑ มกราคม ๒๔๙๘

(ไม่สงวนลิขสิทธิ์สำหรับผู้ที่จะนำไปพิมพ์เพื่อการกุศล)

 



 

พิมพ์ที่

โรงพิมพ์ธำรงวัฒนา

10 ถนนไชยจรัส ยะลา

นายเสริม อินทกาญจน์  ผู้พิมพ์และโฆษณา

๓๑ / ๑๒ / ๙๗

 






นายอนันต์ คณานุรักษ์ (คนทางซ้ายมือ) กับนายพร้อม ชูแข นายอำเภอเมืองปัตตานี
ในโอกาสที่นายอนันต์บริจาคที่ดินที่ถนนนาเกลือให้สร้างโรงเรียนเมืองปัตตานี




บัวบรรจุกระดูกนายอนันต์ และนางเสริมสุข คณานุรักษ์
ข้างศาลเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว ถนนอาเนาะรู ปัตตานี




ปกหนังสือ
เรื่อง เวชมนต์และคาถา ของนายอนันต์ คณานุรักษ์
และ
คำโคลงสวัสดิการ ของพระเทพญาณโมลี

พิมพ์แจก ในงานฌาปนกิจศพ นายอนันต์ คณานุรักษ์
ณ ฌาปนสถาน วัดนิกรชนาราม จังหวัดปัตตานี
๑๘ กรกฎาคม ๒๕๑๒



By: ตำราไสยศาสตร์ ของนายอนันต์ คณานุรักษ์ ๑ มกราคม ๒๔๙๘ พิมพ์ครั้งที่ ๒ จำนวน ๕,๐๐๐ เล่ม ที่โรงพิมพ์ธำรงวัฒนา จังหวัดยะลา

<<Back    Go to ทายาทหลวงสำเร็จกิจกรจางวาง เมืองปัตตานี


views[83213]    

All contents
ชีวประวัติ จางวางโทหลวงสำเร็จกิจกรจางวาง
หลวงสำเร็จกิจกรจางวาง ต้นตระกูลคณานุรักษ์
พระจีนคณานุรักษ์ (ตันจูล่าย)
ประวัติ อำมาตย์ตรี พระจีนคณานุรักษ์ และตระกูลคณานุรักษ์
นายอนันต์ คณานุรักษ์ อดีตนายกเทศมนตรีเมืองปัตตานี
ขุนธำรงพันธุ์ภักดี (ธำรง วัฒนายากร)
นายดิเรก คณานุรักษ์ อดีตนายกเทศมนตรีเมืองปัตตานี ๕ สมัย!
นายสุวิทย์ คณานุรักษ์ อดีตประธานสภาเทศบาลตำบลสุไหงโก-ลก และประธานสภาจังหวัดนราธิวาส
นายจำเริญ วัฒนายากร ต.ม. และเหรียญรัตนาภรณ์ ชั้นที่ ๔
นายเติมศักดิ์ คณานุรักษ์ อดีตนายกเทศมนตรีเมืองปัตตานี
ฯพณฯ นายสวัสดิ์ วัฒนายากร องคมนตรี
ตำราไสยศาสตร์ ของนายอนันต์ คณานุรักษ์
เมื่อข้าพเจ้าเป็นเด็กหัวตลาด (น.พ.ปานเทพ คณานุรักษ์)
น.อ.นพ.สืบสาย สุวรรณจินดา รน. อดีตนายกเทศมนตรีเมืองยะลา
ตำรับยาจีนแผนโบราณ โดยนายมานพ คณานุรักษ์
ต้นตระกูล ทายาทหลวงสำเร็จกิจกรจางวาง ชั้นที่ ๑ และ ๒
 

       Contact Us  
Subject/เรื่อง:  
From/จาก:  
Sender Email/อีเมล์ผู้ส่ง:  
Detail/รายละเอียด:  
       


ส่งเมล์หน้านี้ให้เพื่อน    ตั้งเว็บนี้ เปิดเป็นหน้าแรก
  Home  | ทายาทหลวงสำเร็จกิจกรจางวาง เมืองปัตตานี | เชิญมาคุยกันฉันญาติมิตร | หลวงพ่อทวดเหยียบน้ำทะเลจืด วัดช้างให้ | เจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว ศาลเจ้าเล่งจูเกียง | ประวัติศาสตร์และบุคคลสำคัญเมืองปัตตานี | อัลบั้มภาพถ่าย



kananurak.com
Copyright (C) 2000-2006 All Rights Reserved