Home        ทายาทหลวงสำเร็จกิจกรจางวาง เมืองปัตตานี        เชิญมาคุยกันฉันญาติมิตร        หลวงพ่อทวดเหยียบน้ำทะเลจืด วัดช้างให้        เจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว ศาลเจ้าเล่งจูเกียง        ประวัติศาสตร์และบุคคลสำคัญเมืองปัตตานี        อัลบั้มภาพถ่าย

 

ทายาทหลวงสำเร็จกิจกรจางวาง เมืองปัตตานี ๗ สาย
 หลวงสำเร็จกิจกรจางวาง
 สายนางเม่งจู โกวิทยา
 สายหลวงสุนทรสิทธิโลหะ
 สายคุณพระจีนคณานุรักษ์
 สายนายจูเส้ง คณานุรักษ์
 สายนางกี่จู กาญจนบุษย์
 สายนางจูกี่ แซ่เล่า
 สายหลวงวิชิตศุลกากร
ข่าวสารบ้านเมือง
  ข่าวพาดหัวหนังสือพิมพ์
  ข่าวกรมประชาสัมพันธ์
  มติชนกรุ๊ป
  คมชัดลึก - เนชั่นกรุ๊ป
  ผู้จัดการออนไลน์
  ไทยรัฐ
  เดลินิวส์
  ไทยโพสต์
  ฐานเศรษฐกิจ
 ModernNineTV
 Nation Channel
 Asia Satellite TV
เพลิดเพลินจำเริญใจ
 พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ
 พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ
 พิพิธภัณฑ์การเรียนรู้ มิวเซียมสยาม
 สวนสัตว์ของเรา
 ท่องเที่ยวทั่วไทย
 สถานีเพลงคาราบาวออนไลน์
 มูลนิธินาฏยศาลา หุ่นละครเล็ก (โจหลุยส์)
 มูลนิธิ จักรพันธุ์ โปษยกฤต
 มูลนิธิมหาอุปรากรกรุงเทพ (บางกอกโอเปร่า)
เว็บนี้มีประโยชน์
 เครือข่ายกาญจนาภิเษก
 สำนักราชเลขาธิการ
 NECTEC - เนคเทค
 สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย
 รวมพลังหาร2 108 วิธีประหยัดพลังงาน
 ดิกชันนารีไทยอังกฤษ
 พจนานุกรมไทยออนไลน์
 พจนานุกรมพุทธศาสน์ ประมวลธรรม (พระธรรมปิฎก)
 หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ
 ฐานข้อมูลหน่วยงานของรัฐ
 เส้นทางรถไฟฟ้า บีทีเอส
 เส้นทางเดินรถไฟฟ้าใต้ดิน
 รายงานสภาพจราจรผ่านอินเทอร์เน็ต
 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์
 TQA รางวัลคุณภาพแห่งชาติ
เด็กคืออนาคตของชาติ
 ปลาวาฬบราวเซอร์ ท่องเน็ตปลอดภัย ห่วงใยเยาวชน
 TK Park อุทยานการเรียนรู้
 พิพิธภัณฑ์เด็กกรุงเทพมหานคร
 อะไรเอ่ย นิทาน เด็ก ครอบครัว ทันโลก
 สคูลไทยแลนด์ ประสบการณ์การเรียนรู้ในรูปแบบใหม่
 ศูนย์การเรียนรู้คณิตศาสตร์ออนไลน์
 วิชาการ.คอม คลังความรู้ ปัญญาไทย เพื่อการศึกษาไทย
 นิทานออนไลน์ มูลนิธิเด็ก
 ห้องสมุดมารวย ตลาดหลักทรัพย์
ค้นหาอินเตอร์เน็ต
 แบล็คเกิ้ล ค้นหาประยัดพลังงาน
 กูเกิ้ลไทย
 ยาฮูเซิร์ช
 MSN Search
สังคมสื่อสาร
 FaceBook
 Twitter
 ไทยเมล์
 Gmail
 ฮ็อตเมล์
 ยาฮูเมล์
 สื่อสารทันใจด้วย ICQ
เว็บทายาทฯ ของเรา
 โรงแรม ซี.เอส. ปัตตานี
 โรงแรม ภูริมาศบีชแอนด์สปา
  ศรีพลเทค
  ปิงปองชวนท่องเที่ยว
  เจมส์ ภูวเดช คณานุรักษ์
  บล็อกหมอปานเทพ คณานุรักษ์
----------------------------
หากเว็บนี้ยังประโยชน์แก่ท่านบ้างทางหนึ่งทางใด
ข้าพเจ้าขออุทิศคุณความดีทั้งปวงนั้นแด่บรรพบุรุษ
บิดา มารดา ญาติพี่น้อง และ ครูบาอาจารย์ทุกท่าน
หากแม้มีความบกพร่องใดๆ โดยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์
ข้าพเจ้าขอน้อมรับผิดทุกประการแต่เพียงผู้เดียว
  รักศักดิ์ คณานุรักษ์ (ต้น)
 MBA, State University of New York at Buffalo
 Prince of Songkla University
 โรงเรียนสาธิต มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
 ส่งข้อความถึงเว็บมาสเตอร์


ทายาทหลวงสำเร็จกิจกรจางวาง เมืองปัตตานี

นายเติมศักดิ์ คณานุรักษ์ อดีตนายกเทศมนตรีเมืองปัตตานี




(ภาพ: นายเติมศักดิ์ คณานุรักษ์ สมัยที่ดำรงตำแหน่ง นายกเทศมนตรีเมืองปัตตานี)

 

นายเติมศักดิ์ คณานุรักษ์ เกิดเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2472 ณ บ้านเลขที่ 29 ถนนอาเนาะรู ปัตตานี เป็นบุตรของนายอนันต์ คณานุรักษ์ อดีตนายกเทศมนตรีเมืองปัตตานี ซึ่งเป็นผู้สร้างพระเครื่องหลวงพ่อทวดเหยียบน้ำทะเลจืดรุ่นแรกร่วมกับอาจารย์ทิม วัดช้างให้ มารดาชื่อนางเสริมสุข (สกุลเดิม วัฒนายากร) มีพี่น้อง 8 คน เรียงตามลำดับดังนี้

1. นายมานพ คณานุรักษ์
2. นายสุนนท์ คณานุรักษ์
3. นายจำรูญ คณานุรักษ์
4. นางละออง คณานุรักษ์
5. นายประเวศ คณานุรักษ์
6. นายเติมศักดิ์ คณานุรักษ์
7. นางละมุล สาครินทร์
8. นางละม่อม สมัครพันธุ์

นายเติมศักดิ์ สมรสกับ รศ.มัลลิกา สกุลเดิม แมนสรวงรัตน์ อาจารย์ภาควิชาภาษาไทย คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี มีบุตรด้วยกัน 2 คน ชื่อ 1.นายรักศักดิ์ (ต้น) และ 2.นายคณาศักดิ์ (เต้ย)

นายเติมศักดิ์ เริ่มการศึกษาครั้งแรกที่โรงเรียนเทศบาล 6 ซึ่งอยู่ใกล้บ้าน ต่อมาไปศึกษาที่โรงเรียนอเมริกัน (ปัจจุบันชื่อ โรงเรียนศรีธรรมราชวิทยา) จังหวัดนครศรีธรรมราช ช่วงเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 ญี่ปุ่นบุกภาคใต้ จึงต้องกลับมาเรียนที่โรงเรียนเบญจมราชูทิศ ปัตตานี หลังจากนั้นทางผู้ปกครองได้ส่งไปเรียนต่อที่โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียน สงครามยังไม่สงบ ไทยเป็นพันธมิตรกับญี่ปุ่น อยู่ฝ่ายตรงข้ามกับอังกฤษ ช่วงนั้นโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนถูกอังกฤษทิ้งระเบิดเพลิง จึงต้องกลับมาเรียนต่อที่โรงเรียนอเมริกัน ที่นครศรีธรรมราช อีกครั้งหนึ่งจนจบชั้นมัธยมบริบูรณ์




(ภาพ: ถ่ายวันแต่งงานเมื่อ พ.ศ. 2509 ระหว่าง
นายเติมศักดิ์ คณานุรักษ์ และนางสาวมัลลิกา แมนสรวงรัตน์ )

 

เมื่อสำเร็จการศึกษาแล้ว ได้มาช่วยกิจการเหมืองแร่ของบิดาที่ตำบลถ้ำทะลุ อำเภอบันนังสตา จังหวัดยะลา ต่อมาสอบได้ทุนไปเรียนทางธรณีวิทยา ที่กรมโลหกิจ (ปัจจุบันเรียก กรมทรัพยากรธรณี) ระหว่างเรียน ต้องไปฝึกงานเกี่ยวกับเหมืองแร่ที่อำเภอร่อนพิบูลย์ จังหวัดนครศรีธรรมราช และฝึกงานหาแร่ทองคำที่ตำบลธารโต จังหวัดยะลา เมื่อเรียนจบแล้วได้กลับมาช่วยงานเหมืองแร่ของบิดาที่ตำบลถ้ำทะลุ จังหวัดยะลาอีก

นายเติมศักดิ์ เข้าสู่วงการเมืองท้องถิ่นเมื่อ พ.ศ. 2501 โดยนายดิเรก คณานุรักษ์ ซึ่งเป็นอา แต่จะเรียกว่าน้า เพราะเป็นน้าเขยด้วย เป็นผู้ชักชวน นายดิเรกเองก็เคยเป็นอดีตเทศมนตรี ในสมัยที่นายอนันต์ คณานุรักษ์เป็นนายกเทศมนตรี นายเติมศักดิ์ได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาเทศบาลเมืองปัตตานีและได้รับเลือกจากสมาชิกสภาฯ ให้ดำรงตำแหน่งเทศมนตรีตั้งแต่ พ.ศ. 2501 ถึง พ.ศ. 2515 ซึ่งในระยะหลังๆ นายเติมศักดิ์ได้ทำการแทนนายดิเรกเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งมีปัญหาเรื่องสุขภาพ และนายดิเรกได้ลาออกจากตำแหน่งในปีพ.ศ. 2515 นายชาญ พันธุ์เจริญ ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานีในสมัยนั้น ได้แต่งตั้งให้นายมนตรี ตระหง่าน ปลัดจังหวัดปัตตานี รักษาการตำแหน่งนายกเทศมนตรี ให้นายเดชะ มะโรหบุตร ผู้ตรวจราชการท้องถิ่นปัตตานี รักษาการตำแหน่งเทศมนตรี และนายเติมศักดิ์ รักษาการตำแหน่งเทศมนตรี นับว่าเป็นเรื่องแปลกใหม่ในสมัยนั้นที่เทศมนตรีชุดเดิมได้รับความไว้วางใจให้ดำรงตำแหน่งรักษาการ ซึ่งปกติแล้วจะต้องเป็นข้าราชการประจำเท่านั้น

เมื่อมีการเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลเมืองปัตตานีครั้งต่อมา นายเติมศักดิ์ ได้รับเลือกให้เป็นนายกเทศมนตรีเมืองปัตตานี บริหารงานตั้งแต่วันที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2518 ถึงวันที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2523 สร้างผลงานปรับปรุงถนนหนทางตรอกซอกซอย ให้ประชาชนในเขตเทศบาลได้ใช้สัญจรไปมาอย่างสะดวกสบาย ติดไฟฟ้าแสงสว่างตามถนนตรอกซอกซอยทุกสาย ปรับปรุงทำคูระบายน้ำทั่วเขตเทศบาล เมื่อฝนตกจึงไม่มีน้ำขัง มีการล้างทำความสะอาดถนนและคูระบายน้ำทุกสายทุกคืน ทำให้ประชาชนต่างพอใจและชื่นชม แม้แต่สื่อมวลชนทั้งหนังสือพิมพ์และสื่อวิทยุต่างลงข่าวชื่นชมอยู่เสมอๆ

และเมื่อได้ดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีเป็นสมัยที่ 2 ในปี พ.ศ. 2526 นายเติมศักดิ์ได้เสนอของบประมาณจากส่วนกลางเป็นเงินจำนวน 15 ล้านบาทเพื่อปรับปรุงและขยายกิจการประปาให้ประชาชนได้มีน้ำประปาใช้ทุกครัวเรือนตลอด 24 ชั่วโมง จากเดิมที่น้ำประปาจะหยุดบริการในเวลาเที่ยงคืน นายเติมศักดิ์ยังได้ขยายตลาดสดเทศวิวัฒน์ 2 ไปที่ถนนสันติสุขอีกแห่งหนึ่ง เพื่อรองรับความต้องการสินค้าบริโภคและอุปโภคที่มีมากขึ้น และยังได้ยกระดับถนนและสร้างคูระบายน้ำอีกหลายเส้นทาง อาทิ เส้นทางถนนรามโกมุท ซอย 1 เชื่อมกับถนนนาเกลือ ได้ขยายอาคารเรียนในโรงเรียนเทศบาลหลายแห่ง ขยายการรับเด็กก่อนวัยเรียน โรงเรียนละ 1 ชั้น ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2528 เพื่อส่งเสริมให้เด็กไทยมุสลิมได้ฝึกพูดและใช้ภาษาไทยมากขึ้น ได้เป็นหนึ่งในผู้ริเริ่มโครงการสร้างสวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ที่ปากน้ำ โดยเป็นผู้กำหนดแบบแปลน ผังต้นไม้ อาคาร ศาลาที่พัก ในช่วงแรกได้รับการสนับสนุนจากจังหวัดปัตตานี

นายเติมศักดิ์ได้ฟื้นฟูประเพณีไทยและกิจกรรมทางศาสนา โดยเฉพาะประเพณีสงกรานต์และประเพณีลอยกระทง ได้จัดให้มีงานเฉลิมฉลองอย่างยิ่งใหญ่มีการประกวดนางงามสงกรานต์และนางนพมาศที่บริเวณหน้าศาลาเทศบาลเมือง และจัดให้นางงามผู้เข้าประกวดนั่งสามล้อถีบโชว์รอบเมือง เป็นการอนุรักษ์สามล้อถีบซึ่งเป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่งของเมืองปัตตานี นอกจากนี้ยังได้สร้างสวนพันธุ์ไม้ดอกและสวนหย่อมแบบญี่ปุ่นให้เป็นที่พักผ่อนหย่อนใจของประชาชนที่บริเวณริมแม่น้ำปัตตานีด้านติดถนนปัตตานีภิรมย์ มีการสร้างเขื่อนริมแม่น้ำ สร้างศาลาที่พัก สนามเด็กเล่น ซึ่งต่อมาในปัจจุบันได้รับการปรับปรุงและพัฒนาให้สวยงามยิ่งขึ้นโดยนายกเทศมนตรี พิทักษ์ ก่อเกียรติพิทักษ์

นายเติมศักดิ์ได้อำลาเวทีการเมืองท้องถิ่นในปี พ.ศ. 2529 โดยไม่ลงสมัครรับเลือกตั้งอีก แต่ยังคงได้รับความไว้วางใจให้เป็นที่ปรึกษาของจังหวัดปัตตานี และเป็นที่ปรึกษาของนายกเทศมนตรีเมืองปัตตานีท่านต่อๆ มาหลังเลิกเล่นการเมือง นายเติมศักดิ์มีความสุขกับการเลี้ยงนกเขาชวา และนกกรงหัวจุก ท่ามกลางญาติมิตรเพื่อนฝูงมากมายจากหลากหลายวงการ ทั้งวัยใกล้เคียงกันและต่างวัยกันจนถึงเพื่อนรุ่นลูกรุ่นหลาน

นกเขาชวาของนายเติมศักดิ์ที่สร้างชื่อเสียงโด่งดังทั่วประเทศไทย และดังไปไกลถึงประเทศมาเลเซีย และอินโดนีเซีย มีชื่อว่า "ตะโละกาโปร์" ซึ่งไปแข่งที่ไหนเป็นต้องชนะที่นั่น ได้ครองถ้วยพระราชทานในประเทศไทยมากมาย และถ้วยรางวัลจากสุลต่านมาเลเซียหลายรางวัล เคยมีชาวอินโดนีเซียมาขอซื้อนกนี้ในราคาหนึ่งล้านบาทเมื่อปี พ.ศ. 2530 แต่นายเติมศักดิ์ไม่ยอมขาย และเมื่อนกตะโละกาโปร์ถูกงูกัดตายในปี พ.ศ. 2531ได้กลายเป็นข่าวพาดหัวหนังสือพิมพ์หลายฉบับติดต่อกันหลายวัน

และยังคงผู้มีกล่าวขวัญถึงเสียงขันอันไพเราะอย่างหาที่เปรียบมิได้ของนกตะโละกาโปร์ด้วยความอาลัยยิ่งแม้ในปัจจุบัน และคุณพยัพ คำพันธุ์ นักร้องนักแต่งเพลงเพื่อชีวิต (ผู้โด่งดังจากเพลง"หลวงพ่อคูณ" ที่แต่งให้กับแอ๊ด คาราบาว) ได้แต่งเพลงชื่อ "ตะโละกาโปร์" ให้กับนายเติมศักดิ์เพื่อเป็นอนุสรณ์ เนื้อร้องมีดังนี้

" โอ...สุดแสน อาลัย เจ้าจากไป ตะโละกาโปร์
ชวาวงศ์ต้องร้องไห้โฮ ตะโละกาโปร์ เมื่อเจ้าจากไป
เติมศักดิ์ คณานุรักษ์ ต้องเสียลูกรัก สุดอาลัย
ชาวตานีต้องร้องไห้ แสนเสียดาย ตะโละกาโปร์ โอ ...... (ดนตรี)

นกเขาตัวน้อยๆ วิญญาณล่องลอย หลุดร่างหาย
งูเขียวมาพรากเจ้าไป เหลือชื่อไว้ ชวาวงศ์
ชื่อเสียงของเจ้ายิ่งใหญ่ ฝากเอาไว้ ให้เผ่าพงศ์
สิ้นเสียง ตะโละกาโปง ชื่อยังคง เป็นตำนาน ฮัม ..... (ดนตรี)

เติมศักดิ์ คณานุรักษ์ ต้องเสียลูกรัก แสนอาลัย
มัลลิกา ต้องโหยไห้ เจ้าจากไป ชวาวงศ์
ตานี เป็นตำนาน ต่างกล่าวขาน ยั้งยืนยง
สิ้นเสียง ตะโละกาโปร์ ซึ่งยังคงเป็นตำนาน ฮา.....ฮา..... (ดนตรี)
"

 

ตลอดเวลาเกือบ 30 ปีที่รับใช้พี่น้องชาวปัตตานี นายเติมศักดิ์ได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้นำที่มีวิสัยทัศน์กว้างไกลและเข้าถึงจิตใจของชาวบ้านในท้องถิ่นเป็นอย่างดี โอบอ้อมอารีและอ่อนน้อมถ่อมตน เป็นนายกเทศมนตรีที่ใจซื่อมือสะอาด และมีความรับผิดชอบสูง เสียสละปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังความสามารถ และได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ชั้นเบญจมาภรณ์มงกุฎไทย และเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ชั้นเบญจมาภรณ์ช้างเผือก

นายเติมศักดิ์ คณานุรักษ์ ป่วยด้วยโรคมะเร็งปอด และได้ถึงแก่กรรมไปอย่างสงบที่บ้านรักคณา 101/1 ถนนมะกรูด เมื่อเวลา 23.15 น. ของคืนวันที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2545 สิริอายุได้ 73 ปี


 


 


บางส่วนของคำไว้อาลัย

อาลัยพี่เติม

ผมและครอบครัวขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งกับรองศาสตราจารย์มัลลิกา คณานุรักษ์ และครอบครัว ในการจากไปของพี่เติม

ผมมีโอกาสรู้จักกับพี่เติมในวงการนกเขาชวา พี่เติมได้กรุณาให้ความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับนกเขาชวา ไม่ว่าจะเป็นลักษณะที่ดีของนก เสียง และจังหวะการขันของนก รวมถึงการผสมสายพันธุ์เพื่อเพิ่มคุณภาพของนก ทำให้ผมรู้เรื่องนกเขาชวามากขึ้น นอกจากนี้ พี่เติมยังได้กรุณาให้ความรู้เกี่ยวกับประวัติการจัดสร้างวัตถุมงคลหลวงพ่อทวดวัดช้างให้ รุ่นแรก ปี พ.ศ. 2497 ซึ่งพี่เติมได้รับทราบจากคุณลุงอนันต์ คุณพ่อของพี่เติม ผู้มีส่วนร่วมในการจัดสร้างวัตถุมงคลรุ่นดังกล่าว ผมจึงได้ทราบว่าการจัดสร้างพระเครื่องหลวงพ่อทวดรุ่นแรกนั้น มีวิธีการและขั้นตอนดำเนินการอย่างไร และได้ทราบว่าวัตถุมงคลต่างๆ ที่นำมาเป็นส่วนผสมมีอะไรบ้าง ตลอดจนบุญญาธิการของหลวงพ่อทวด อันทำให้เป็นที่ต้องการหวงแหน และเคารพบูชาของผู้ที่มีไว้ในครอบครอง

การจากไปของพี่เติมยังความเศร้าสลดให้กับผมและครอบครัวเป็นอย่างยิ่ง ขอตั้งจิตอธิษฐานให้คุณงามความดีที่พี่เติมได้สร้างสมไว้กับสังคมมาโดยตลอด จงเป็นกุศลพลวปัจจัยน้อมนำให้ดวงวิญญาณของพี่เติม ไปสู่สุขคติวิสัยในสัมปรายภพเทอญ

พลเอกวิเศษ - พลตรีหญิงคุณหญิงรัชนีกร คงอุทัยกุล
รองสมุหราชองครักษ์                      
18 สิงหาคม 2545                       



อาลัยคุณเติมศักดิ์ คณานุรักษ์

ผมทราบข่าวการจากไปของคุณเติมศักดิ์ คณานุรักษ์ จากอาจารย์มัลลิกา คณานุรักษ์ ที่กรุณาโทรศัพท์ไปแจ้งให้ทราบ รู้สึกใจหายที่มิตรสหายชาวปัตตานีที่ผมคุ้นเคยและนับถือ ต้องล่วงลับไปอีกคนหนึ่ง

ในช่วงปี พ.ศ. 2535-2539 ขณะที่ผมดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี ผมและภรรยาได้มีโอกาสรู้จักคุณเติมศักดิ์ คณานุรักษ์ ซึ่งถือเป็นผู้หลักผู้ใหญ่อันเป็นที่รักและนับถือของชาวเมืองปัตตานี และเป็นผู้อาวุโสของตระกูลคณานุรักษ์ อันเป็นตระกูลเก่าแก่ตระกูลหนึ่งของปัตตานี ที่ได้สร้างสมคุณงามความดีไว้กับบ้านเมืองมาโดยต่อเนื่อง คุณเติมศักดิ์เคยดำรงตำแหน่งเทศมนตรีและนายกเทศมนตรีเมืองปัตตานีหลายสมัย ได้สร้างสรรค์ผลงานในการพัฒนาบ้านเมืองในเขตเทศบาลเมืองปัตตานีไว้มากมาย ตั้งแต่ก่อนที่ผมและครอบครัวจะย้ายมารับราชการที่ปัตตานี

นอกจากนี้ ในกลุ่มของผู้รักการเลี้ยงนกเขาชวาจะรู้จักและยอมรับนับถือในตัวคุณเติมศักดิ์ และอาจารย์มัลลิกา เป็นอย่างมาก เพราะเป็นผู้ริเริ่มก่อตั้งชมรมนกเขาชวาจังหวัดปัตตานีขึ้น และริเริ่มให้มีการแข่งขันนกเขาชวาเสียงในจังหวัดปัตตานี จนมีชื่อเสียงโด่งดังเป็นที่ยอมรับของวงการนกเขาชวาทั้งในประเทศ และประเทศเพื่อนบ้าน อย่างไรก็ตามในระยะหลังคุณเติมศักดิ์ได้วางมือทางการเมืองท้องถิ่น แต่ก็ยังให้ความช่วยเหลืองานสังคม และงานสาธารณกุศลมาตลอดโดยสม่ำเสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งได้กรุณารับเป็นที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการจังหวัด ตลอดสมัยที่ผมรับราชการอยู่ที่ปัตตานี คำปรึกษาและข้อแนะนำหลายประการที่ได้รับจากคุณเติมศักดิ์ ได้เอื้อประโยชน์อย่างยิ่งต่อการทำงานของผมในจังหวัดปัตตานี และจังหวัดชายแดนภาคใต้มาจนถึงทุกวันนี้

ในระยะหลัง ผมได้ทราบว่าคุณเติมศักดิ์สุขภาพไม่สู้ดี ต้องเข้ารักษาตัวด้วยภาวะเจ็บป่วยที่ยากจะเยียวยา จนสุดท้ายก็ต้องจากพวกเราไป

ผมและครอบครัว ขอแสดงความเสียใจต่ออาจารย์มัลลิกา และครอบครัวอย่างสุดซึ้ง ขอให้ดวงวิญญาณของคุณเติมศักดิ์ คณานุรักษ์ จงไปสู่สุคติในสัมปรายภพด้วยเทอญ

พลากร - คุณหญิงทัศนียา สุวรรณรัฐ
องคมนตรี                  



ระลึกถึง คุณเติมศักดิ์ คณานุรักษ์
อดีตนายกเทศมนตรีเมืองปัตตานี

ผมย้ายจากรองผู้ว่าราชการจังหวัดอ่างทอง มาดำรงตำแหน่งรองผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2525 นับถึงวันนี้เป็นเวลา 20 ปี บทความที่เขียนเรื่องนี้เป็นการระลึกถึงงานและบุคคลที่ผมได้รู้จักคุ้นเคยที่จังหวัดปัตตานี และคบค้ากันมาจนถึงปัจจุบัน ผมถือว่าเค้าเหล่านั้นเป็นทั้งญาติและมิตรที่ดีของผม

ผมปฏิบัติราชการที่จังหวัดปัตตานีจนครบเทอมคือ 4 ปี ส่วนการปฏิบัติงานที่จังหวัดอื่นหรือตำแหน่งอื่นอยู่ไม่เคยครบเทอม 4 ปี เลย กล่าวคือ จังหวัดอ่างทอง 1 ปี 10 เดือน จังหวัดสุพรรณบุรี 1 ปี 6 เดือน จังหวัดตรัง 1 ปี 6 เดือน จังหวัดนราธิวาส 2 ปี อธิบดีกรมที่ดิน 2 ปี รองปลัดกระทรวงแรงงานฯ 2 ปี ปลัดกระทรวงแรงงานฯ 3 ปี

เวลา 4 ปี ที่จังหวัดปัตตานีถือว่าอยู่นาน การอยู่นานทำให้มีเวลาทำงานได้มาก มีผลงานมาก งานที่สำคัญที่ผมได้ริเริ่มบางงานและทำงานต่อจากการริเริ่มของท่านอื่นและทำงานจนสำเร็จของลำดับงานดังนี้ เริ่มจากการขุดคลองจากตำบลปาลัส อำเภอปานาเระ ไปออกทะเล ยาว 17 กิโลเมตร ต่อด้วยทำถนนราดยางจากอำเภอสายบุรีเลียบทะเลผ่านหมู่บ้าน 3 หมู่บ้านของอำเภอสายบุรี ผ่านหาดแฆแฆ ในเขตอำเภอปานาเระ ผ่านเข้าสู่ตำบลตะโละกาโปร์ อำเภอยะหริ่ง งานที่สามคือการสร้างสวนสมเด็จฯ งานสุดท้ายคือการสร้างเขตอุตสาหกรรมได้สำเร็จในตำบลนาเกลือของเขตอำเภอเมืองปัตตานี งานสำคัญทั้ง 4 เรื่อง นับเป็นรากฐานของการพัฒนาจังหวัดปัตตานี ถือว่าเป็นผลงานด้าน "รูปธรรม" ที่สามารถมองเห็นได้ ส่วนงานด้าน "นามธรรม" คือการทำงานด้านมวลชน ที่พยายามทำให้จังหวัดปัตตานีมีสันติสุข ถือว่าเป็นผลงานที่สำคัญที่ทำให้คนต้องจดจำ ถึงวันนี้ใน พ.ศ. 2545 หลายคนถามผมว่า ครั้งที่ผมอยู่จังหวัดปัตตานีและจังหวัดนราธิวาส รวมเวลา 6 ปี ทำไมบ้านเมืองจึงค่อนข้างสงบเรียบร้อย ปัญหาไม่มากเหมือนปัจจุบัน

ผมตอบว่าข้าราชการยุคพวกผมทำงานด้านพัฒนาเศรษฐกิจควบคู่กับการดูแลความสงบเรียบร้อย ผมเชื่อมั่นว่าการทำงานด้านป้องกัน สำคัญกว่า การปราบปราม และตัวผมเองในตำแหน่งรองผู้ว่าราชการจังหวัดและผู้ว่าราชการจังหวัดไม่เคยมีอาวุธติดกายหรือติดบ้าน เพราะผมไม่ชอบวิธีที่รุนแรง ผมชอบงาน "มวลชน"

ผมเชื่อว่าในมวลชนแต่ละกลุ่ม จะต้องมีผู้ใหญ่ที่มวลชนนั้นนับถือ ว่ากล่าวถึงสิ่งใดคนหมู่มากจะเชื่อฟัง ความเชื่อของผมเช่นนี้ตรงกับใจคนในพื้นที่ที่เชื่อเหมือนกับผม

คุณเติมศักดิ์ คณานุรักษ์ ขณะนั้นเป็นนายกเทศมนตรีของเมืองปัตตานี มีภรรยาชื่ออาจารย์มัลลิกา เป็นอาจารย์สอนในมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (มอ. วิทยาเขตปัตตานี) ผู้ใหญ่ของเมืองคู่แรกที่ผมสนใจ คือ คู่นายกเติมศักดิ์และอาจารย์มัลลิกา เพราะท่านนายกเติมศักดิ์ เป็นคนที่เกิดที่ปัตตานี เรียนและเติบโตทำงานที่ปัตตานีมาตลอด เป็นที่รักใคร่นับถือของชาวปัตตานี จนได้รับเลือกเป็นสมาชิกสภาเทศบาลและได้รับเลือกเป็นนายกเทศมนตรีหลายสมัย เมื่อจะวางมือจากงานการเมืองท้องถิ่น ก็จัดทีมให้ชุดใหม่เข้ามา ส่วนอาจารย์มัลลิกาเป็นครูสอนหนังสือระดับมหาวิทยาลัยและเป็นลูกปัตตานีเช่นเดียวกัน การเป็นอาจารย์ย่อมมีลูกศิษย์และมีบิดามารดาญาติของลูกศิษย์รักเป็นอันมาก พูดได้ว่า 2 ท่านนี้มี "มวลชน" ที่เกี่ยวข้องอีกมหาศาล

ระยะแรกๆ ที่ผมมาอยู่ปัตตานี เรื่องแรกที่ต้องทำคือ ออกเยี่ยมเยียนเพื่อนข้าราชการทุกหน่วย ทำนองไปแนะนำตัว ไปอำเภอ ไปโรงพัก ส่วนราชการบนศาลากลางและไปเยี่ยมศาล เหล่านี้เป็นต้น แต่เลือกไปเยี่ยมเป็นแห่งแรกคือเทศบาลเมืองปัตตานี เพื่อขอพบทำความรู้จักกับท่านนายกเทศมนตรี เติมศักดิ์ คณานุรักษ์ ตอนหนึ่งท่านนายกเทศมนตรีบอกว่า "ท่านเป็นรองผู้ว่าราชการจังหวัด สมควรเรียกพวกผมไปพบที่ศาลากลางจะเหมาะกว่าลงมาหาพวกผมที่เทศบาลให้ลำบาก" ผมบอกท่านว่า "วิธีทำงานเช่นนั้นไม่ใช่วิธีทำงานของผม ผมอยากพบใครผมจะลงไปหาคนนั้น การเรียกคนมาพบ ไม่ใช่แบบการทำงานของผมแน่นอน ท่านคอยดูต่อไปในอนาคต" ผมเรียนกับท่านว่า ผมจะไปเยี่ยมท่านที่บ้าน ได้พบกับครอบครัวของท่านและคบกันเป็นเพื่อนรุ่นพี่ต่อไป

เย็นวันรุ่งขึ้นผมก็ไปเยี่ยมท่านที่บ้าน พบภรรยาและลูกชายทั้ง 2 ผมได้พบว่า ทั้งคู่อายุห่างกันหลายปี อาจารย์มัลลิกา เรียกคุณเติมศักดิ์ว่าน้าเติม คุณเติมศักดิ์ใน พ.ศ. นั้น ผมคะเนอายุประมาณ 50-53 ปี ส่วนผมอายุ 43 ปี ดูเค้าหน้าและรูปร่างมองเห็นว่าสมาร์ท เมื่อเห็นภาพถ่ายตอนหนุ่มที่บ้านผมทักว่า พี่เติมตอนหนุ่มหล่อมากทีเดียว เจ้าของภาพนั่งยิ้มเฉย อาจารย์มัลลิกา ซึ่งจัดว่าเป็นคนสวยที่สุดคนหนึ่งของเมืองปัตตานี อาสาตอบว่าน้าเติมตอนหนุ่มหล่อมาก แม้อายุจะห่างกันก็เต็มใจมาแต่งงานด้วย ภายในครอบครัวเล็กๆ นี้มีความรักสามัคคีและแนบแน่นดีถือเป็นแบบอย่างได้

เมื่อผมได้รู้จักท่านนายกฯ เติมศักดิ์ และอาจารย์มัลลิกา ผมได้ขยายวงการรู้จักกับบุคคลระดับส่วนตัวของเมืองอีกเป็นอันมาก โดยการชักนำและแนะนำของคุณเติมศักดิ์ เขาเหล่านั้นรู้จักกับผมในฐานะส่วนตัว ไม่ใช่รู้จักในฐานะรองผู้ว่าราชการจังหวัด จึงมีความจริงใจมากกว่า เวลาผมต้องทำงานก็ดี เวลาไปท้องที่ต่างๆ ก็ดี ผมจะได้รับข้อมูลและเตรียมแผนงานจากบุคคลเหล่านี้ ทำให้การทำงานที่ค่อนข้างยาก แต่ก็สำเร็จได้ทุกเรื่อง ผมคบกับท่านนายกฯ เติมศักดิ์ ยิ่งนานวันความสนิทสนมยิ่งเพิ่มทวี อาจารย์มัลลิกา นอกจากสอนหนังสือที่ มอ. วิทยาเขตปัตตานีแล้ว ยังมีการจัดรายการทางวิทยุและรายการทางโทรทัศน์ช่อง 10 ที่อำเภอหาดใหญ่ ผมทำงานที่ปัตตานีได้ 2 ปี ทำงานสำเร็จเป็นส่วนมาก มีข่าวทางวิทยุโทรทัศน์บ่อย ถือว่าค่อนข้างจะมีชื่อเสียงของภาคใต้ตอนล่างพอสมควร อาจารย์มัลลิกา ไปจัดรายการทางโทรทัศน์ช่อง 10 ชื่อรายการ "คนใต้ที่น่ารู้จัก" ท่านเอาประวัติการทำงาน วิธีการทำงานและผลงานของผมไปออกรายการอยู่หลายตอน ปรากฏว่าคนดูกันมาก เพราะเวลาผมไปตามสถานที่ต่างๆ ในเขตจังหวัดปัตตานีและเขตจังหวัดอื่น เขามาบอกว่าได้ดูรายการนี้ขอชมเชยว่าดีมาก ตอนจบของรายการ "คนใต้ที่น่ารู้จัก" อาจารย์มัลลิกากล่าวว่า "คนใต้คนนี้ในอนาคตจะได้รับความสำเร็จในชีวิตราชการจนคนใต้จะภูมิใจ ขอให้ติดตามงานของเขาต่อไป" เมื่อผมเลื่อนขึ้นเป็นปลัดกระทรวงในหลายปีต่อมา เปิดวิดีโอชุดนี้มาดูซ้ำได้แต่รำพึงว่า อาจารย์ตายาวจริงๆ มองอนาคตเห็นชัดเจน

ส่วนลูกชายของคุณเติมศักดิ์จำได้ว่าคนหนึ่งเรียนวิทยาศาสตร์ อีกคนเรียนนิติศาสตร์ คนที่เรียนนิติศาสตร์บอกผมว่า เมื่อเรียนจบจะสอบเข้าเป็นปลัดอำเภอและจะอาสาเป็นอักษรเลขให้ผมเมื่อผมเป็นผู้ว่าราชการจังหวัด แต่เนื่องจากผมมีเวลาเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดเพียง 3 ปี จึงไม่มีโอกาสรับลูกชายของคุณเติมศักดิ์มาเป็นอักษรเลขได้

ผมย้ายจากปัตตานีไปเป็นรองผู้ว่าฯ สุพรรณบุรี เมื่อปลายปี 2529 อยู่สุพรรณบุรีได้ปีเศษ กลับมาเป็นผู้ว่าฯ ตรังปีเศษ ย้ายมาเป็นผู้ว่าฯ นราธิวาส และเลื่อนไปเป็นอธิบดีและปลัดกระทรวง ทุกครั้งที่ผมมาราชการผ่านจังหวัดปัตตานี ผมจะแวะเยี่ยมเยียนคุณเติมศักดิ์และอาจารย์มัลลิกาเสมอ ระยะปีสองปีที่ผ่านมาพบว่า คุณเติมศักดิ์ไม่ค่อยสบาย และเมื่อเวลาครบ 20 ปีที่ผมย้ายมาอยู่ปัตตานีและได้มีโอกาสรู้จักกับครอบครัวของคุณเติมศักดิ์ ผมจึงเขียนบทความนี้ขึ้น เพื่อย้อนระลึกให้ชาวปัตตานีได้รับทราบว่า งานสำคัญ 4-5 งานใหญ่ที่ผมทำสำเร็จซึ่งได้กล่าวในตอนต้นนั้น เบื้องหลังของการเตรียมงานเตรียมคนผู้ร่วมงาน ผู้ที่อยู่เบื้องหลังทั้งหมด คือ นายเติมศักดิ์ คณานุรักษ์ นายกเทศมนตรีเมืองปัตตานี เพราะท่านเป็น "ผู้ใหญ่" ที่มวลชนคนจำนวนมากนับถือและเชื่อฟัง

บัดนี้ นายกฯ เติมศักดิ์ได้จากไปแล้ว เหลือไว้แต่คุณงามความดีที่ทำไว้เมื่อครั้งยังมีชีวิตอยู่ ขอให้ผลของความดีจงดลบันดาลให้ดวงวิญญาณของนายกฯ เติมศักดิ์ คณานุรักษ์ ไปสู่สุขคติในสัมปรายภพด้วยเถิด

รักและอาลัยยิ่ง       
ผัน จันทรปาน     
ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ



อาลัยยิ่ง

ผมขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวคณานุรักษ์เป็นอย่างยิ่ง ที่ต้องสูญเสียคุณเติมศักดิ์ คณานุรักษ์ ผู้เปรียบประดุจร่มโพธิ์ทองไปโดยไม่มีวันได้กลับมาอีก

เป็นที่ประจักษ์ชัดแก่ชาวปัตตานีว่า คุณเติมศักดิ์ คณานุรักษ์ เป็นผู้ทำคุณประโยชน์ต่อผืนแผ่นดินปัตตานีมากมายเพียงใด โดยเฉพาะอย่างยิ่งการได้รับความไว้วางใจจากชาวจังหวัดปัตตานี ให้ทำหน้าที่ผู้บริหารเทศบาลเมืองปัตตานี ทั้งในบทบาทของสมาชิกสภาเทศบาล เทศมนตรี และนายกเทศมนตรี ที่ยาวนาน โดยได้คิดริเริ่มในการพัฒนาสาธารณูปโภค สาธารณูปการ รวมทั้งการพัฒนาคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนให้ดีขึ้น ตลอดจนการฟื้นฟูศิลปะ ประเพณีวัฒนธรรมของท้องถิ่นอีกมากมาย เช่น การริเริ่มจัดให้มีการแข่งขันนกเขาชวาเสียงชิงถ้วยพระราชทานของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ อันเป็นที่มาของบทเพลงเพื่อชีวิตอันลือลั่นชื่อเพลง "ตะโละกาโปร์" ซึ่งเป็นชื่อนกเขาชวาที่มีชื่อเสียงของจังหวัดปัตตานี ซึ่งการแข่งขันนกเขาชวาเสียงชิงถ้วยพระราชทานฯ ยังคงดำเนินการต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน เป็นต้น

ขออำนาจบุญกุศลและคุณความดีที่คุณเติมศักดิ์ คณานุรักษ์ ได้บำเพ็ญตลอดมา รวมทั้งบุญกุศลที่ภรรยา บุตร ญาติมิตรผู้เคารพนับถือ ได้บำเพ็ญกุศลอุทิศให้ จงเป็นพลวอุปัจจัย น้อมนำให้ดวงวิญญาณของคุณเติมศักดิ์ คณานุรักษ์ จงไปสู่สุขคติในสัมปรายภพด้วยเทอญ

สมพร ใช้บางยาง                 
ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี (ในขณะนั้น)    
ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา (ปัจจุบัน พ.ศ. 2547)




คำไว้อาลัย

ผมได้รับทราบอาการป่วยของคุณเติมศักดิ์ คณานุรักษ์ จากหลายๆ ท่านก็อดที่จะเป็นห่วงไม่ได้ เพราะรู้จักคุ้นเคยกันมาเป็นระยะเวลายาวนาน ตั้งแต่ครั้งยังเรียนหนังสือที่โรงเรียนเบญจมราชูทิศ จังหวัดปัตตานี ราวๆ พ.ศ. 2501 จวบจนบัดนี้ก็ 40 ปีเศษ คุณเติมศักดิ์ คณานุรักษ์ มีคุณสมบัติและบุคลิกดีอย่างน่าทึ่ง และเป็นที่ประทับใจต่อผู้พบเห็น ทุกคนอยากจะคุบด้วย อยากจะคบค้าสมาคมด้วย เป็นแบบฉบับของสุภาพบุรุษอย่างแท้จริง ถึงแม้ว่าอายุผมจะน้อยกว่าคุณเติมศักดิ์หลายปี แต่ความเป็นกันเองต่อผม การทักทายของผู้ใหญ่อย่างคุณเติมศักดิ์ต่อผม ซึ่งเป็นเด็กกว่าเป็นไปอย่างมีไมตรีโอบอ้อมอารี จนผมอดชื่นชมไม่ได้ในบุคลิกดังกล่าว และเป็นแบบฉบับที่ผมได้นำไปปฏิบัติตนในโอกาสต่อมา

เวลาผ่านไปนาน ผมทำงานและย้ายไปหลายแห่ง หลายจังหวัด ได้รับทราบข่าวและกิจกรรมของคุณเติมศักดิ์ตลอดเวลา ไม่ว่าจะดำรงตำแหน่งเทศมนตรี นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองปัตตานี ยังคงมีน้ำใจและฝากความระลึกถึงผมตลอดมา ยิ่งทำให้ผมรู้สึกว่ามีความผูกพัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง รศ.มัลลิกา คณานุรักษ์ ภรรยาของคุณเติมศักดิ์ ก็มีกิจกรรมต่อสังคมที่เป็นประโยชน์ และประจักษ์ต่อสาธารณชนด้วยแล้ว ครอบครัวของคุณเติมศักดิ์จึงมีความสมบูรณ์แบบครอบครัวหนึ่ง

เวลาที่ไม่ประสงค์จะได้ยินได้ฟัง คือการถึงแก่มรณกรรมของคุณเติมศักดิ์ ซึ่งปุถุชนทั้งหลายหลีกเลี่ยงเหตุนี้ไม่ได้ ทุกคนต้องถึงวันดังกล่าวนี้ ณ โอกาสนี้ ผมขออำนาจสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย และคุณงามความดีที่คุณเติมศักดิ์ ได้กระทำในขณะที่ยังมีชีวิตอยู่ ได้โปรดดลบันดาลให้ดวงวิญญาณของคุณเติมศักดิ์ จงไปสู่สุขคติสัมปรายภพในสรวงสวรรค์ชั้นวิมานด้วยเทอญ

นิวัฒน์ สวัสดิ์แก้ว                  
ผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี (ในขณะนั้น)     
รองอธิบดี กรมการปกครอง (ปัจจุบัน พ.ศ. 2547)



คำไว้อาลัย

ครั้งแรกที่พบคุณเติมศักดิ์ คณานุรักษ์ ขณะนั้นท่านดำรงตำแหน่งเป็นนายกเทศมนตรีเมืองปัตตานี ผมเป็นเจ้าพนักงานผังเมืองได้รับมอบหมายให้มาขยายเขตเทศบาลเมืองปัตตานี ซึ่งขณะนั้นมีขอบเขตเล็กมาก ผมได้พูดคุยกับท่านเล็กน้อย แต่จำท่านได้แม่นยำ เนื่องด้วยท่านมีบุคลิกที่สง่างาม อีกไม่นานผมก็ได้พบท่านอีก ในงานแข่งขันนกเขาชวาของสมาคมผู้เลี้ยงนกเขาชวาแห่งประเทศไทย และได้ร่วมงานแข่งขันหลายครั้ง ทำให้ใกล้ชิดกันยิ่งขึ้น พี่เติมจะบอกว่า "เรียกพี่นะ" (คือไม่ให้เรียกว่านายกฯ) ตั้งแต่แรกเลย ส่วนผมชื่อเล่นชื่อแดง พี่เติมจะเรียกว่า "นายกแดง" เป็นการให้เกียรติผม ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งนายกสมาคมผู้เลี้ยงนกเขาชวาแห่งประเทศไทย

พี่เติมเป็นบุคคลที่มีประสบการณ์ด้านนกเขาชวาเป็นเวลายาวนาน พร้อมทั้งมีบรรพบุรุษที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วประเทศและต่างประเทศ โดยเฉพาะคุณพ่ออนันต์ คณานุรักษ์ มีนกดีหลายตัว ซึ่งนกหนึ่งชื่อ "ลูกแดง" มีเสียงขันไพเราะ มีลีลาพิศดาร แล้วยังมีปลายที่ยาวกังวานเสนาะหู พี่เติมเล่าว่าตอนหนุ่มๆ ก็ช่วยหิ้วนกไปแข่งเวลาคุณพ่อเข้าสนาม นานวันเข้านกเขาชวาก็เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันที่ขาดเสียมิได้ ถ้าจะถามว่าใครในภาคใต้มีความรู้ ความเข้าใจในนกเขาชวาอย่างลึกซึ้ง ลึกซึ้งเสียจนสามารถคุมกรรมการตัดสินในสนามแข่งขันระดับนานาชาติได้ พี่เติมเป็นผู้หนึ่ง ซึ่งบ่อยครั้งพี่เติมก็ให้เกียรติรับหน้าที่นั้น ส่วนตัวผมในขณะที่ดำรงตำแหน่งนายกสมาคมฯ ได้เรียนเชิญพี่เติมเป็นที่ปรึกษาของสมาคมฯ ตลอด 12 ปี ส่วนท่านอาจารย์มัลลิกาก็ได้ให้เกียรติรับเชิญจากสมาคมฯ เป็นพิธีกรของสมาคมฯ ในงานแข่งขันถ้วยพระราชทาน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ และถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี อยู่เป็นประจำ

พี่เติมนั้นเป็นหัวเรือใหญ่ของสมาคมผู้เลี้ยงนกเขาชวาแห่งประเทศไทย พี่เติมและท่านประธานสภาการตัดสิน ท่านพลเอกวิเศษ คงอุทัยกุล เป็นสองปราการของสมาคมฯ ไม่ว่าในด้านทฤษฎีหรือภาคปฏิบัติอธิบายได้ด้วยเหตุผลที่ดี จนสมาคมฯ เป็นที่นิยมของประชาชน มีผู้เล่นนกเขาชวามากยิ่งขึ้น ด้านงานอาเซียนได้พี่เติมร่วมงานควบคุมการตัดสิน แนะนำการดำเนินการด้วยดี พี่เติมดำรงตำแหน่งประธานที่ปรึกษาของชมรมผู้เลี้ยงนกเขาชวาเสียงปัตตานีตลอดมา ภายหลัง รศ.มัลลิกา คณานุรักษ์ เป็นประธานชมรมฯ ได้ริเริ่มคิดขอถ้วยพระราชทานสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ เป็นถ้วยรางวัลนกเขาชวาเสียงประจำจังหวัดปัตตานีในสมัยที่ ร.ต.ปกครอง จินดาพล เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานีนั้น ผมก็มีส่วนสนับสนุนถ้วยพระราชทานฯ ตามรูปแบบที่โปรดพระราชทานมาในปี 2534 แต่ได้จัดแข่งขันครั้งแรกในสมัยที่ องคมนตรีพลากร สุวรรณรัฐ เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี เมื่อ พ.ศ. 2536

ความใกล้ชิดด้านครอบครัวนั้น ท่านอาจารย์และพี่เติมมีบุตรชายที่น่ารักสองคน ผมมีบุตรีอยู่คนเดียว รวมสองครอบครัวทำให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น พี่เติมและท่านอาจารย์รัก "ลูกชมเพ็ญ" และได้ชื่นชมตั้งแต่ยังเล็กๆ ต้นกับเต้ย เป็นลูกชายที่ผมขาด เป็นพี่ชายที่ดีของน้องชมเพ็ญ ตอนเล็กๆ ได้ไปเที่ยวหาดตะโละกาโปร์ตำส้มตำกิน เต้ยถ่ายภาพไว้เป็นที่ระลึก เป็นเวลาที่เรามีความสุขแบบเรียบง่ายของครอบครัว ครั้งหนึ่งพี่เติมพาไปเที่ยวแข่งนกและเยี่ยมท่านนายกฯ อรุณ วีระเดชาพล ที่เมืองสุไหงโกลก พี่เติมเลี้ยงข้าวกลางวันที่ภัตตาคารจีน ผมกับเต้ยสั่งอาหารทำด้วยกุ้งเก้าอย่าง ซึ่งก็เรียกเสียงฮาจากพี่เติมและท่านอาจารย์ ผู้ร่วมเดินทาง และสร้างความฉงนใจให้กับเจ้าของร้านเป็นอันมากที่เราเลือกกินแต่กุ้ง ทั้งที่อาหารมีหลากหลายชนิดที่ภัตตาคารนั้น

พี่เติมเป็นพี่ที่ประเสริฐ ให้ความรักความเอื้ออาทรและเอาใจใส่ผม ยกย่องผมทั้งต่อหน้าบุคคลอื่นๆ และเมื่ออยู่ด้วยกันตามลำพัง จนผมเปลี่ยนแปลงบุคลิกตัวเองไปอย่างมาก กลายเป็นคนอ่อนโยน สนใจสังคมที่กว้างขวางขึ้น พี่เติมได้แนะนำผมให้รู้จักมั่นใจในตัวเองมากยิ่งขึ้น เหล่านี้เป็นผลสะท้อนความรักที่พี่เติมมอบให้แก่ผม ถ้าใครว่าความรักสร้างคนได้ ก็ได้กับตัวผมเองที่ประสบมา ในสมาคมผู้เลี้ยงนกเขาชวาแห่งประเทศไทย พวกเรามีโจ๊กประจำสมาคมฯ ว่าใครมาเป็นนายกฯ ย่อมต้องถูกด่าว่ามาทั่วสารทิศจนทนไม่ได้ แต่ในทางตรงกันข้าม พี่เติมได้ให้ความรักความอบอุ่นให้กำลังใจแก่ผมโดยตลอด

ผมนั้นเป็นน้องพี่เติมสิบสามปีกว่าๆ เราเกิดราศีเดียวกันคือราศีตุลย์ นิสัยบางอย่างคล้ายคลึงกัน มักเอาใจตัวเองเก่ง แต่เนื่องจากว่าผมเป็นน้องพี่เติมจึงตามใจผมเสมอ ผมนั้นถือตัวว่าพี่รักต้องตามใจเราเสมอ ผมเคยบอกท่านอาจารย์มัลลิกาว่า เกิดมามีพี่เติมรักก็พอ ใครอื่นจะรักมากน้อยไม่เป็นไร

ช่วงที่พี่เติมป่วยหนัก ได้แต่นอน ยืนนั่งไม่ได้ พี่เติมบอกว่ากินอะไรก็ไม่ลง ผมไปหาพี่เติมบ่นอยากให้มาอยู่ปัตตานีใกล้ๆ พี่เติมเป็นคนที่ดี มีจิตใจสงบ เข้มแข็งต่อสู้ความเจ็บปวดได้อย่างดียิ่ง ท่านอาจารย์มัลลิกา ต้น น้องเป็ด และหลานปิงปอง ก็อยู่เคียงข้างอย่างใกล้ชิด หลานปิงปองกำลังน่ารัก ประจบประแจงคุณปู่ ช่วยนวดให้คุณปู่คลายเมื่อย ดูเหมือนพี่เติมจะเข้าใจธรรมดาของชีวิตที่มีเกิด แก่ เจ็บ ตาย เป็นธรรมชาติ แม้จะเจ็บปวดพี่เติมก็ยังพูดคุยปกติ พี่เติมจะให้อาจารย์มัลลิกาทายาให้ ป้อนยาให้ ป้อนอาหาร ป้อนผลไม้ให้

บัดนี้พี่เติมได้จากไปแล้ว ผมรู้สึกอาลัยพี่เติมอย่างสุดซึ้ง ผมรักพี่เติมมาก ขอให้วิญญาณที่บริสุทธิ์ของพี่เติมไปสู่สัมปรายภพ ความดีที่พี่เติมทิ้งไว้ให้วงการนกเขาชวา จะยังอยู่ในความทรงจำของชาวชวาวงศ์ตลอดไป

ชวาล โลจายะ                       
อดีตนายกสมาคมผู้เลี้ยงนกเขาชวาแห่งประเทศไทย



คำไว้อาลัย

คุณเติมศักดิ์ คณานุรักษ์ กับผมเป็นเพื่อนรักชอบพอและสนิทสนมกันมาเป็นเวลาช้านาน เราได้ใช้ชีวิตลงเล่นการเมืองท้องถิ่นมาพร้อมๆ กัน ได้รับตำแหน่งเทศมนตรีเช่นเดียวกัน ต่อมาเมื่อผมได้รับตำแหน่งนายกเทศมนตรีได้ระยะหนึ่ง คุณเติมศักดิ์ ก็ได้ขึ้นเป็นนายกเทศมนตรีเช่นเดียวกัน เราสองคนได้ทำงานท้องถิ่นแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในการบริหารเพื่อพัฒนาท้องถิ่นของตนให้ได้ดีที่สุดตามศักยภาพท้องถิ่นของตน เมื่อผมได้เป็นนายกสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทยทั้งสามสมัยก็ได้รับการสนับสนุนด้วยดีจากคุณเติมศักดิ์มาโดยตลอด

ทั้งในด้านส่วนตัวผมเองก็สนิทสนมกับบรรดาญาติพี่น้องครอบครัวคุณเติมศักดิ์เป็นอย่างดี ไม่ว่าเราจะมีความรักใคร่สนิทสนมกันเพียงใด และทราบเป็นอย่างดีว่าคุณเติมศักดิ์เป็นผู้ที่มีความรักความเสียสละเพื่อท้องถิ่นอย่างสูง แต่เมื่อโรคร้ายได้มาเยือนคุณเติมศักดิ์ ทำให้คุณเติมศักดิ์ต้องยุติบทบาทในด้านการเมืองท้องถิ่นลง จากวันนั้นจนถึงวันนี้โรคร้ายนั้นก็ได้มาพรากคุณเติมศักดิ์ไปจากครอบครัว ญาติสนิท มิตรสหาย จากท้องถิ่นอันเป็นที่รัก การจากไปอย่างไม่มีวันกลับ เป็นสิ่งที่หนีไม่พ้นของปุถุชนคนธรรมดา แต่ความรักความผูกพันของผมกับคุณเติมศักดิ์และครอบครัว จะยังคงอยู่เป็นเช่นเดิมตลอดไป

ผมขอให้ดวงวิญญาณของคุณเติมศักดิ์ได้สู่สัมปรายภพ ภพอันสุขสงบด้วยคุณความดีที่ได้ทำมาต่อชาติบ้านเมือง ความดีต่อบุคคลทั้งหลาย

ด้วยความอาลัยยิ่ง              
เคร่ง สุวรรณวงศ์           
อดีตนายกเทศมนตรีเทศบาลนครหาดใหญ่



อาลัย "พี่เติม"

ก่อนหน้านี้ทราบว่าพี่เติมไม่สบาย ก็มีความห่วงใยและคิดถึงอยู่ตลอดเวลา วันที่ 18 สิงหาคม 2545 ทราบข่าวการเสียชีวิตของพี่เติม รู้สึกเสียใจมาก นับเป็นการสูญเสียที่ยิ่งใหญ่ของครอบครัวคณานุรักษ์ ตลอดจนชาวปัตตานี และถือเป็นการสูญเสียผู้ใหญ่ที่เคารพรักยิ่งของผม พี่เติมเป็นรุ่นพี่นายกเทศมนตรีที่คอยแนะนำสิ่งที่ดีมีประโยชน์ และมีความรักให้กับรุ่นน้องมาโดยตลอด เป็นผู้ที่มีน้ำใจให้กับทุกคน รักเพื่อนฝูง พี่เติมได้ช่วยงานสันนิบาตเทศบาลงานนายกภาคใต้ งานนกเขาชวาเสียงอาเซียน ซึ่งเรามีความชื่นชอบในเรื่องนกเขาเหมือนกัน บ่อยครั้งที่เราได้นั่งวิพากษ์วิจารณ์พูดคุยกันถึงนกดีๆ โดยเฉพาะนกตะโละกาโปร์ของพี่เติม จนถึงปัจจุบันนี้ผมก็ยังไม่เคยเจอนกที่ไหนที่มีเสียงร้องได้ไพเราะเหมือนเจ้าตะโละกาโปร์ และเราก็ยังคิดถึงนกตัวนี้อยู่เสมอ

ผมขอแสดงความเสียใจมายัง รศ.มัลลิกา คณานุรักษ์ และลูกๆ ขออำนาจแห่งคุณงามความดีรวมทั้งบุญกุศลที่ได้สร้างสมไว้ ขอให้ดวงวิญญาณของพี่เติมไปสู่สุคติสัมปรายภพ ที่ซึ่งมีความสุขนิรันดร์

ยรรยง อุทัย      
นายกเทศมนตรีนครยะลา



คำไว้อาลัยแด่
คุณเติมศักดิ์ คณานุรักษ์

คุณเติมศักดิ์ คณานุรักษ์ ผมเรียกท่านว่า "น้าเติม" มาโดยตลอด เป็นบุคคลที่ผมให้ความเคารพนับถือ ผมสนิทกับน้าเติมตั้งแต่ปี พ.ศ. 2525 น้าเติมเป็นผู้ชักชวนให้ผมเข้าสู่สังคมโดยการเป็นสมาชิกสโมสรไลออนส์ปัตตานี ต่อมาท่านได้ส่งผมลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาเทศบาลเมืองปัตตานีหลายครั้ง ความผูกพันที่มีต่อน้าเติมทำให้ผมได้มีโอกาสเรียนรู้งานด้านการเมืองท้องถิ่น ซึ่งน้าเติมเป็นผู้ที่มากไปด้วยประสบการณ์ สอนให้ผมรู้จักการใช้กลยุทธ์ในการแก้ปัญหา ให้มีความมานะ อดทน และจิตใจหนักแน่น ทำให้ผมได้นำไปใช้เป็นแนวทางในการดำเนินการด้านบริหารงานท้องถิ่นเช่นทุกวันนี้ พร้อมทั้งน้าเติมได้ให้เกียรติเป็นที่ปรึกษานายกเทศมนตรีเมืองปัตตานีแก่ผมด้วย

วันที่ 12 สิงหาคม 2545 เป็นวันครั้งสุดท้ายที่ผมได้ไปเยี่ยมอาการป่วยของน้าเติม พร้อมด้วยคุณเจ๊ะการ์ และคุณเจ๊ะฮามิด ทุกคนที่พบเห็นสภาพของท่านต่างก็ไม่สบายใจ เพราะน้าเติมมีอาการอ่อนแอและทรุดลงทุกวัน แต่น้าเติมก็พยายามพูดหยอกล้อตามประสาของท่าน พร้อมทั้งได้ร้องขอให้ผมเขียนคำไว้อาลัยให้ท่านได้อ่านก่อนที่น้าเติมจะจากพวกเราไป ผมมีความรันทดใจเป็นอย่างยิ่งต่อคำร้องขอในขณะที่น้าเติมยังมีชีวิตอยู่ ซึ่งไม่อาจที่จะทำใจได้ต่อการที่น้าเติมร้องขอ และแล้วเช้าวันที่ 18 สิงหาคม 2545 ได้รับแจ้งมาว่าน้าเติมได้จากพวกเราทุกคนไปแล้วตั้งแต่ค่ำคืนของวันที่ 17 สิงหาคม 2545 ทิ้งไว้แต่คุณงามความดีที่น้าเติมได้มีต่อท้องถิ่น ต่อเพื่อนๆ น้องๆ และญาติมิตรทุกคน สิ่งที่ลืมไม่ได้คือน้าเติมได้เป็นผู้หนึ่งที่สร้างความเจริญก้าวหน้า ในการพัฒนาบ้านเมืองในอดีตที่ผ่านมา และน้าเติมได้มีส่วนในการแสดงความคิดเห็นช่วงที่เป็นที่ปรึกษานายกเทศมนตรีแก่ผมจนผมสามารถนำไปสู่การพัฒนาท้องถิ่นเมืองปัตตานีได้อย่างลงตัว

ขอแสดงความเสียใจต่อคุณพี่มัลลิกา คณานุรักษ์ และครอบครัวคณานุรักษ์ทุกคน ขอให้ดวงวิญญาณของน้าเติมจงไปสู่สุขคติในสัมปรายภพด้วยเทอญ

พิทักษ์ ก่อเกียรติพิทักษ์ 
นายกเทศมนตรีเมืองปัตตานี



คำไว้อาลัย

คุณเติมศักดิ์ คณานุรักษ์ เป็นบุคคลหนึ่งที่พี่ๆ น้องๆ เครือญาติ สังคม และมิตรสหาย ส่วนใหญ่ยอมรับว่าเป็นบุคคลที่เข้มแข็ง ไม่ยอมสยบต่อสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ยืนอยู่แต่ในความถูกต้อง เป็นบุคคลที่มีจิตใจมั่นคง ไม่ยอมเอนตามกระแส

โดยเฉพาะตระกูลคณานุรักษ์ กับตระกูลเบญจลักษณ์ ได้คบหากันมาตั้งแต่สมัยคุณพ่ออนันต์มานานแล้ว ส่วนข้าพเจ้ากับคุณเติมศักดิ์ได้ร่วมบริหารเทศบาลเมืองปัตตานี 2 สมัย สมัยที่คุณเติมศักดิ์เป็นนายกเทศมนตรี และส่วนตัวก็คบค้าที่ดีมาตลอด เคารพซึ่งกันและกันตลอดมา เสมือนญาติที่ดีต่อกัน

แวซาเฮาะ เบญจลักษณ์   
อดีตนายกเทศมนตรีเมืองปัตตานี
อดีตเทศมนตรีเมืองปัตตานี  



คำไว้อาลัยแด่
คุณเติมศักดิ์ คณานุรักษ์

พี่เติมศักดิ์เป็นพี่ใหญ่ติดต่อคบหากันมานานเกิน 30 ปี ท่านเป็นบุคคลที่ชอบช่วยเหลือผู้อื่น มีจิตใจกว้างขวาง โอบอ้อมอารีเอื้ออาทร มีความเป็นห่วงเป็นใยต่อทุกคนที่ได้คบหากันมา จึงทำให้ทุกคนมีความเคารพ มีความผูกพันเสมือนญาติสนิท ในสมัยที่ท่านดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองปัตตานี เคยร่วมงานกับท่านในหลายๆ กิจกรรม โดยมีปลัดเทศบาลพูลศิริ ศิริวงศ์ ณ อยุธยา, ปลัดถนัด ช่างชุม, วิชัย เรืองเริงกุลฤทธิ์ และท่านเติมศักดิ์ คณานุรักษ์ กิจกรรมหลักคือช่วยเหลือดูแลแก้ไขปัญหาของสังคม ในทุกพื้นที่ทุกท้องถิ่นที่เราปฏิบัติงานกิจกรรมเสริม เช่น กีฬาชนโค กีฬาชนไก่ นกเขาชวา เลี้ยงนกกรงหัวจุก พี่เติมจะเป็นผู้อาวุโสได้รับความเชื่อถือ สมาชิกมีความเชื่อมั่นให้เป็นผู้นำในกิจกรรมเหล่านี้มาโดยตลอด การสร้างความเชื่อถือในกิจกรรมเหล่านั้น ได้ร่วมกันกระทำมาจนมีความก้าวหน้ามาจนปัจจุบันและเป็นมรดกสืบทอดให้อนุชนรุ่นหลังได้ทำการปรับปรุงส่งเสริมให้สังคมมีความเจริญก้าวหน้า เป็นการสร้างเศรษฐกิจ สร้างชื่อเสียงให้แก่ท้องถิ่นและประเทศชาติโดยรวม

ท่านนายกเติมศักดิ์กับมวลมิตรทั้ง 3 เปรียบเสมือนบุคคลคนเดียวกัน มีความผูกพันแน่นแฟ้น แม้ว่าบางท่านได้อำลาพวกเราไปก่อนแล้ว (ท่านปลัดถนัด ช่างชุม) ส่วนที่ยังอยู่ก็จะติดต่อสอบถามถึงสุขทุกข์ มีภารกิจสำคัญ เราจะช่วยเหลือกันมาโดยตลอด ความสุขใจจากความเป็นมิตรแท้ตั้งแต่หนหลังจนถึงปัจจุบันไม่มีวันที่จะลืมเลือนไปจากพวกเรา

พี่เติมศักดิ์ ถึงจุดหมายปลายทางแห่งชีวิตก่อนเหล่ามวลมิตร แต่ความดีงาม ความเป็นบุคคลต้นแบบ ยังคงจารึกอยู่ในความทรงจำตลอดไป ขอให้ดวงวิญญาณของท่าน ไปสถิตอยู่ในสรวงสวรรค์ตลอดกาลนานเทอญ

วิชัย เรืองเริงกุลฤทธิ์                       
ประธานชมรมผู้บริหารงานคลังเทศบาลและเมืองพัทยา 10 สมัย
นายกสมาคมนกเขาชวาเสียงภาคใต้                  
สมาชิกสภาเทศบาลนครยะลา                      




ควรระลึกถึงความดีของ
คุณเติมศักดิ์ คณานุรักษ์

ผมมางานฌาปนกิจศพ "คุณพ่ออารี" พ่อของคุณเจริญ คายะนันท์ อดีตเทศมนตรีเมืองปัตตานี ซึ่งกำหนดตอนเย็นวันที่ 10 สิงหาคม 2545 ได้ทราบข่าวคุณเติมศักดิ์ คณานุรักษ์ อดีตนายกเทศมนตรีเมืองปัตตานีป่วยอยู่ที่บ้าน ผมไปเยี่ยมท่านในฐานะที่ผมเคารพรักเสมือนพี่ชายของผม

ผมไปพบพี่เติมนอนป่วย ร่างกายเล็กลง แต่ใบหน้ายังสดใส เราคุยกันหลายเรื่องตามประสาคนรักใคร่นับถือกันที่ไม่ได้พบกันนาน พี่เติมยังคงพูดคุยเหมือนปกติ สมองสติยังสมบูรณ์ ไม่มีอาการของคนป่วย นอกจากร่างกายที่ทรุดโทรมลงจากการป่วยและอายุมาก เราคุยกันเรื่องเก่าในอดีตหลายเรื่อง และพูดเรื่องอาการป่วยของพี่เติม เราคุยกันเป็นชั่วโมง เรื่องที่คุยมีเรื่องที่พูดถึงอนาคตอยู่ด้วย แต่เป็นเรื่องแปลกที่สุดที่ผมไม่เคยคุยกับใครมาก่อนเลย คือ เรื่องพี่เติมขอให้ผมเขียนคำอาลัยเพื่อพิมพ์ในหนังสือแจกในวันพระราชทานเพลิงศพของพี่เติม ผมรับปากจะเขียนเมื่อถึงเวลานั้น แต่พี่เติมพูดว่า ถ้าเขียนเสร็จก็ให้รีบส่งมาให้จะได้อ่าน ผมอึ้งและตอบไปตามความคิดตอนนั้นว่า พี่เติมยังมีชีวิตอยู่ และยังดูหน้าตาสดใส ผมจะมีใจเขียนคำอาลัยได้อย่างไร ถ้าเขียนเสร็จแล้วผมเกิดตายก่อนพี่เติม จะเอาบทความที่เขียนถึงพี่เติมไปลงพิมพ์ได้อย่างไร แต่ในที่สุดผมก็ไม่ได้เขียนให้พี่เติมอ่าน

ในใจผมรู้สึกดีใจที่พี่เติมให้เกียรติผมเขียนข้อความอาลัยพี่เติม เพราะผมคิดถึงพี่เติมเมื่อไรก็ตาม ผมมีความประทับใจหลายเรื่องที่อยากให้คนอื่นได้รับรู้

ผมรู้จักพี่เติมตั้งแต่ปี พ.ศ. 2528 ผมจดจำเรื่องเกี่ยวกับพี่เติมได้ตลอดเวลา ถ้าให้ผมเขียนถึงความทรงจำเหล่านั้นผมเขียนได้เป็นเล่ม

ผมรู้จักพี่เติมตอนที่พี่เติมเป็นอดีตนายกเทศมนตรีเมืองปัตตานี เพราะพี่เติมไม่ลงสมัครสมาชิกสภาเทศบาลเมืองปัตตานีเมื่อเป็นนายกฯ ครบสมัยเมื่อปี พ.ศ. 2528 ทั้งๆ ที่พี่เติมตอนนั้นยังหนุ่ม แข็งแรง มีสุขภาพดี ผมรู้ว่าพี่เติมเบื่อ แต่พี่เติมให้การสนับสนุนเพื่อนร่วมทีมลงสมัคร และผลที่สุด ทีมที่พี่เติมสนับสนุนก็ได้รับเลือกตั้งเข้ามาและได้เป็นนายกเทศมนตรีอีกถึงสองสมัย และมีการสืบทอดมาจนถึงปัจจุบัน

พี่เติมกับผม แม้จะรู้จักกันไม่ถึงยี่สิบปี แต่เวลาเหล่านั้นเราก็รักใคร่นับถือกันตลอดมา ผมอยากให้คนในเขตเทศบาลเมืองปัตตานีรู้ถึงส่วนลึกของความคิดที่พี่เติม อดีตนายกเทศมนตรีเมืองปัตตานี มีความห่วงใยต่อท้องถิ่น อยากให้รู้ว่า "การเมือง" ไม่ว่าระดับท้องถิ่นหรือระดับชาติ "นักการเมือง" มีคู่ต่อสู้ในทางการเมืองทั้งนั้น จะมีสักกี่คนที่ไม่ถูกคู่ต่อสู้ตำหนิติเตียน ทั้งๆ ที่เป็นคนดี มีเจตนาดีต่อบ้านเมือง ยอมเสียสละความสุขส่วนตัว ความสุขกับครอบครัว ทำหน้าที่ผู้บริหารเพื่อท้องถิ่น

พี่เติม คุณเติมศักดิ์ คณานุรักษ์ เป็นนักการเมืองท้องถิ่นที่ควรได้รับการสรรเสริญ เป็นนายกเทศมนตรีที่ทำประโยชน์ให้ท้องถิ่น และวางแนวทางการบริหารงานเทศบาลเมืองปัตตานี เป็นระยะเวลานานพอสมควร

วันนี้ ถึงเวลาที่พวกเราควรระลึกถึงคุณความดีของคุณเติมศักดิ์ คณานุรักษ์ เป็นการกตัญญูกตเวทิตา และเป็นการให้กำลังใจแก่นักการเมืองท้องถิ่นที่มุ่งมั่นทำความดีสืบต่อไป

ไชยวัฒน์ ไตรยสุนันท์          
ที่ปรึกษาผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร
สิงหาคม 2545                   
 


อาลัย

คือหัวใจ ในบ้าน วงศ์วานรัก
คือ เติมศักดิ์ ใจกว้าง หว่างเพื่อนฝูง
เพื่อผู้น้อย คอยรัก ช่วยชักจูง
เสริมสู่สูง ส่งสุข แก่ทุกคน

เพียงโพไทร ใบดก ป้องปกบ้าน
ผู้พบพาน พักร่ม บังลมฝน
มาหักราน ก้านกิ่ง ทอดทิ้งตน
ระทึกท้น สะท้านทั่ว ทุกหัวใจ

ดุจดอกไม้ ให้หวาน วันวานนี้
มาหม่นสี หมองเศร้า เมื่อเช้าใหม่
หอมกลีบโรย โหยหา ฝากอาลัย
คือสายใย ความดี เคยมีมา

ขอความดี ที่แทน เป็นแก่นสาร
เป็นสายธาร ซาบทรวง ผู้ห่วงหา
เป็นกุศล พลวัต ปัจจยา
สู่สัมปรา-ยภพ สงบเทอญ

ด้วยรักและอาลัย         
มะเนาะ - รศ.วันเนาว์ ยูเด็น
และ ครอบครัวยูเด็น    






ปกหนังสืออนุสรณ์งานพระราชทานเพลิงศพ
นายเติมศักดิ์ คณานุรักษ์ (บ.ม.,บ.ช.)
ณ ฌาปนสถาน วัดนิกรชนาราม (วัดหัวตลาด)
วันที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2545




นายเติมศักดิ์ ขณะอายุ 45 ปี


นายเติมศักดิ์ ขณะอายุ 38 ปี


นายเติมศักดิ์ ขณะอายุ 33 ปี


เด็กชายเติมศักดิ์ ขณะอายุ 12 ปี





By: หนังสืออนุสรณ์ใน งานพระราชทานเพลิงศพ นายเติมศักดิ์ คณานุรักษ์ (บ.ม,บ.ช.) ณ ฌาปนสถานวัดนิกรชนาราม (วัดหัวตลาด) วันที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2545

<<Back    Go to ทายาทหลวงสำเร็จกิจกรจางวาง เมืองปัตตานี


views[21031]    

All contents
ชีวประวัติ จางวางโทหลวงสำเร็จกิจกรจางวาง
หลวงสำเร็จกิจกรจางวาง ต้นตระกูลคณานุรักษ์
พระจีนคณานุรักษ์ (ตันจูล่าย)
ประวัติ อำมาตย์ตรี พระจีนคณานุรักษ์ และตระกูลคณานุรักษ์
นายอนันต์ คณานุรักษ์ อดีตนายกเทศมนตรีเมืองปัตตานี
ขุนธำรงพันธุ์ภักดี (ธำรง วัฒนายากร)
นายดิเรก คณานุรักษ์ อดีตนายกเทศมนตรีเมืองปัตตานี ๕ สมัย!
นายสุวิทย์ คณานุรักษ์ อดีตประธานสภาเทศบาลตำบลสุไหงโก-ลก และประธานสภาจังหวัดนราธิวาส
นายจำเริญ วัฒนายากร ต.ม. และเหรียญรัตนาภรณ์ ชั้นที่ ๔
นายเติมศักดิ์ คณานุรักษ์ อดีตนายกเทศมนตรีเมืองปัตตานี
ฯพณฯ นายสวัสดิ์ วัฒนายากร องคมนตรี
ตำราไสยศาสตร์ ของนายอนันต์ คณานุรักษ์
เมื่อข้าพเจ้าเป็นเด็กหัวตลาด (น.พ.ปานเทพ คณานุรักษ์)
น.อ.นพ.สืบสาย สุวรรณจินดา รน. อดีตนายกเทศมนตรีเมืองยะลา
ตำรับยาจีนแผนโบราณ โดยนายมานพ คณานุรักษ์
ต้นตระกูล ทายาทหลวงสำเร็จกิจกรจางวาง ชั้นที่ ๑ และ ๒
 

       Contact Us  
Subject/เรื่อง:  
From/จาก:  
Sender Email/อีเมล์ผู้ส่ง:  
Detail/รายละเอียด:  
       


ส่งเมล์หน้านี้ให้เพื่อน    ตั้งเว็บนี้ เปิดเป็นหน้าแรก
  Home  | ทายาทหลวงสำเร็จกิจกรจางวาง เมืองปัตตานี | เชิญมาคุยกันฉันญาติมิตร | หลวงพ่อทวดเหยียบน้ำทะเลจืด วัดช้างให้ | เจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว ศาลเจ้าเล่งจูเกียง | ประวัติศาสตร์และบุคคลสำคัญเมืองปัตตานี | อัลบั้มภาพถ่าย



kananurak.com
Copyright (C) 2000-2006 All Rights Reserved