dot
ทายาทหลวงสำเร็จกิจกรจางวาง ๗ สาย
dot
bulletต้นตระกูล ทายาทหลวงสำเร็จกิจกรจางวาง
bulletสายนางเม่งจู โกวิทยา
bulletสายหลวงสุนทรสิทธิโลหะ
bulletสายคุณพระจีนคณานุรักษ์
bulletสายนายจูเส้ง คณานุรักษ์
bulletสายนางกี่จู กาญจนบุษย์
bulletสายนางจูกี่ แซ่เล่า
bulletสายหลวงวิชิตศุลกากร
dot
เพลิดเพลินจำเริญใจ
dot
bulletรวมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ
bulletพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ
bulletพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ
bulletสวนสัตว์ของเรา
bulletท่องเที่ยวทั่วไทย
bulletนาฏยศาลา หุ่นละครเล็กโจหลุยส์
bulletมูลนิธิจักรพันธุ์ โปษยกฤต
bulletOPERA SIAM
dot
เว็บนี้มีประโยชน์
dot
bullet เครือข่ายกาญจนาภิเษก
bulletฐานข้อมูลหน่วยงานภาครัฐ
bulletThailand e-Government
bulletภ า ษี ไ ป ไ ห น ?
bulletหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ
bulletสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย
bulletสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)
bulletพุทธธรรม ฉบับปรับขยาย (อ่าน)
bulletพุทธธรรม ฉบับปรับขยาย (ฟัง)
bulletห้องสมุดมารวย
bulletTQA รางวัลคุณภาพแห่งชาติ
bulletศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์
dot
เด็กคืออนาคตของชาติ
dot
bulletKhan Academy. You can learn anything. For free. For everyone. Forever.
bulletKhan Academy ไทย
bulletTED-Ed: Lessons Worth Sharing
bulletTED-Ed Thai (YouTube)
bulletพิพิธภัณฑ์เด็กกรุงเทพมหานคร
bulletTK Park อุทยานการเรียนรู้
dot
เว็บของทายาทฯ
dot
bulletโรงแรม ซี.เอส. ปัตตานี
bulletโรงแรม ภูริมาศบีชแอนด์สปา
bulletEarth Safe Foundation on Facebook
dot
ส่วนของสมาชิก
ชื่อผู้ใช้ :
รหัสผ่าน :
เข้าสู่ระบบอัตโนมัติ :
bullet ลืมรหัสผ่าน   bullet สมัครสมาชิก
dot
dot
หากเว็บนี้ยังประโยชน์แก่ท่านบ้างทางหนึ่งทางใด ข้าพเจ้าขออุทิศคุณความดีทั้งปวงนั้นแด่บรรพบุรุษ บิดามารดา ญาติพี่น้อง และ ครูบาอาจารย์ทุกท่าน หากแม้มีความบกพร่องใดๆ โดยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ข้าพเจ้าขอน้อมรับผิดทุกประการแต่เพียงผู้เดียว
dot
bulletรักศักดิ์ คณานุรักษ์ (ต้น)
bulletMBA, State University of New York at Buffalo (UB)
bulletPrince of Songkla University
bulletสาธิต ม.อ. ปัตตานี
bullet ส่งข้อความถึงเว็บมาสเตอร์


รวมข่าว: เติมศักดิ์ คณานุรักษ์ อดีตนายกฯ เมืองปัตตานี และ ตะโละกาโปร์ สุดยอดนกเขาชวาเสียงแห่งอาเซียน

 

 

เป็นการเก็บรวบรวมข่าวจากสื่อสิ่งพิมพ์ต่างๆ โดย รศ.มัลลิกา คณานุรักษ์ ศรีภรรยาคู่ชีวิตของนายเติมศักดิ์ และได้ลงพิมพ์ในหนังสืออนุสรณ์งานพระราชทานเพลิงศพนายเติมศักดิ์ คณานุรักษ์ เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2545



ที่มา: หนังสือพิมพ์ แผ่นดินสยาม
วันที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2517


....."เทศบาลเมืองปัตตานีคราวนี้คงได้คนดีบริหารแน่ เมื่อเติมศักดิ์ คณานุรักษ์ นำทีมเอาคนดีมีฝีมืออย่างเช่น ชูตา ลาชโรจน์, สายไหม โกวิทยา, ประเวศ คณานุรักษ์, อามีน โต๊ะมีนา, นิเล็ก สุไลมาน, แวซาเฮาะ เบ็ญจลักษณ์, สายสวาท จันทรัศมี และอีกหลายคนเข้าร่วมทีม หากได้ทีมนี้เข้าไปคงเจริญขึ้นอีกเยอะ".....

 


ที่มา: หนังสือพิมพ์ แผ่นดินสยาม
วันที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2517


กลุ่มสามล้อร่วมสนับสนุนเติมศักดิ์ คณานุรักษ์
สามล้อนับพันสนับสนุนเติมศักดิ์ คณานุรักษ์ ปัตตานี 17 พฤศจิกายน

....."สามล้อเมืองปัตตานีประมาณ 500 คน ได้นัดกันและพร้อมใจไปชุมนุมที่บ้านนายเติมศักดิ์ คณานุรักษ์ เพื่อขอพบ ทั้งนี้เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน เวลา 15.00 น. ผู้สื่อข่าวเมืองปัตตานีรายงานว่า ได้มีสามล้อถีบประมาณ 500 คัน ต่างก็มุ่งไปจอดที่บ้านเลขที่ 53/32 (ต่อมาได้เลขบ้านใหม่เป็น 101/1) ถนนมะกรูด อ.เมือง จ.ปัตตานี อย่างมีระเบียบเป็นแถวยาวเหยียดเต็มถนนไปหมด และได้ขอเชิญนายเติมศักดิ์ คณานุรักษ์ ซึ่งเป็นหัวหน้าทีมในการสมัครสมาชิกสภาเทศบาลเมืองปัตตานีมาพูด และกล่าวว่าพวกตนยินดีสนับสนุน และให้นายเติมศักดิ์รับปากที่จะสร้างความเจริญให้กับท้องถิ่น".....

 


ที่มา: หนังสือพิมพ์ ไทยรัฐ
วันที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2518


คอลัมน์ สังคมภูมิภาค

....."เติมศักดิ์ คณานุรักษ์ นายกเทศมนตรีเมืองปัตตานี ก้มหน้าก้มตาจะสร้างหอนาฬิกาให้เด่นเห็นกันทั้งเมือง เร่งเข้าไว้ อนุสรณ์แห่งนี้จะยืนอยู่อีกหลายร้อยปี".....

 


ที่มา: หนังสือพิมพ์ เดลินิวส์
วันที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2518


คอลัมน์ ชุมทางบุคคล 
ควบคุมโดย สุมิตร สุทธิโชติ

คนดังปัตตานี

ผ่านประสบการณ์บริหารงานท้องถิ่น รู้ซึ้งถึงจิตใจประชาชนชาวไทยมุสลิมเป็นอย่างดี และได้ผ่านงานเทศบาลมาถึง 5 สมัย มีนโยบายจะพัฒนาท้องถิ่น กับปัญหาด้านสังคมหลายอย่าง

เติมศักดิ์ คณานุรักษ์ อายุ 46 ปี เป็นบุตรของนายอนันต์และนางเสริมสุข คณานุรักษ์ มีภรรยาชื่อ คุณมัลลิกา เป็นอาจารย์สอนในมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ปัตตานี เริ่มเข้าสู่วงการบริหารระดับท้องถิ่นปี พ.ศ. 2501 ได้รับเลือกให้เป็น "เทศมนตรี" ติดต่อกันถึง 5 สมัย และในเดือนธันวาคม ปี พ.ศ. 2517 ซึ่งมีการเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาล จนได้รับความไว้วางใจจากประชาชนในจังหวัดปัตตานี และสภาเทศบาล เลือกให้เป็นนายกเทศมนตรีปัตตานี ในฐานะที่อยู่ในวงการเทศบาลมานานถึง 5 สมัย เขาจึงรู้ซึ้งในการปฏิบัติงาน เข้าถึงจิตใจของประชาชน และชาวไทยมุสลิมในท้องถิ่นได้ดี

ได้พยายามส่งเสริมอาชีพให้คนในท้องถิ่นอยู่ดีกินดี มีโครงการในการพัฒนาท้องถิ่นในเขตเทศบาลหลายอย่าง ตั้งแต่ท่อระบายน้ำ ถนนหนทาง ปรับปรุงเมืองให้เป็นสถานที่พักผ่อน น่าเที่ยว ตลอดจนส่งเสริมการศึกษา เพื่อยกฐานะให้คนมีความรู้ จะได้ไม่มีปัญหาสังคม

ปัจจุบันนี้ เป็นนายกเทศมนตรีเมืองปัตตานี ได้ยึดถือนโยบายการบริหารงานเทศบาลตลอดมาว่า "จะพัฒนาท้องถิ่น ตามความต้องการของประชาชน ให้สุดความสามารถเท่าที่จะทำได้ เพื่อความสุขและความเจริญของท้องถิ่น"

 


ที่มา: หนังสือพิมพ์ ไทยรัฐ
วันที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2526


....."ตบท้าย งานสงกรานต์ปีนี้ เติมศักดิ์ คณานุรักษ์ นายกเล็กปัตตานี จัดฟื้นฟูประเพณีได้ยอดเยี่ยม".....

 


ที่มา: หนังสือพิมพ์ ไทยรัฐ
วันพุธที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2527


....."พิทักษ์ ก่อเกียรติพิทักษ์ สมัครเลือกตั้งซ่อม สท. ปัตตานี ได้ตำแหน่งโดยไม่มีคู่แข่ง เติมศักดิ์ คณานุรักษ์ หัวหน้าทีม จัดเลี้ยงรับขวัญเอิกเกริกแล้ว".....

 


ที่มา: หนังสือพิมพ์ ไทยรัฐ
วันเสาร์ที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2529


....."หลังจากล้างมือทางการเมืองแล้ว อดีตนายกเทศมนตรีเมืองปัตตานี เติมศักดิ์ คณานุรักษ์ ขณะนี้กำลังมีความสุขกับฟาร์มเลี้ยงนกเขาชวาราคาตัวละเป็นแสน ที่บ้านพักถนนมะกรูด".....

 


ที่มา: หนังสือพิมพ์ ไทยรัฐ
วันจันทร์ที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2529


....."ดังเป็นพลุในมาเลเซีย นกเขาชวา ตะโละกาโปร์ ของ เติมศักดิ์ คณานุรักษ์ อดีตนายกเทศมนตรีเมืองปัตตานี หลังครองถ้วยพระราชทานชนะเลิศที่สงขลา ไปแข่งในมาเลเซีย ชนะอีกหลายสนาม".....

 


ที่มา: นิตยสาร สุขใจ มหาลาภ
ฉบับที่ 23 ปักษ์แรก
วันที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2530


คอลัมน์ นกเขาชาวบ้าน

....."นกที่ติดอันดับที่ 1 ประเภทเสียงกลางชื่อ นกตะโละกาโปร์".....

 

 


ที่มา: หนังสือพิมพ์ ชาวใต้
ปีที่ 19 ฉบับที่ 1398
วันที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2530


....."สำหรับนกประเภทเสียงกลาง คาดว่า ตะโละกาโปร์ ของ นายเติมศักดิ์ คณานุรักษ์ อดีตนายกเทศมนตรีเมืองปัตตานี จะเป็นตัวเก็งด้วย".....

 


ที่มา: หนังสือพิมพ์ ไทยรัฐ
วันที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2530

คอลัมน์ สัมผัสคนของสังคม

เติมศักดิ์ คณานุรักษ์
อดีตนายกเทศมนตรีเมืองปัตตานี

ถ้าใครเข้ามาพัวพันวงการเมืองแล้ว ยากนักที่จะปลีกตัวออกไปได้ แต่เขาเป็นนักการเมืองท้องถิ่นที่ประสบความสำเร็จงดงาม ถึงเวลาก็หลีกทางให้คนอื่นบริหารงานสืบไป

เติมศักดิ์ คณานุรักษ์ อดีตนายกเทศมนตรีเมืองปัตตานี เกิดวันที่ 13 ตุลาคม 2472 ที่ปัตตานี บุตรนายอนันต์-นางเสริมสุข คณานุรักษ์ เรียนที่ ร.ร.เทศบาล 6 ร.ร.เบญจมราชูทิศปัตตานี และจบ ม.6 ร.ร.อเมริกัน (ปัจจุบันชื่อ ร.ร.ศรีธรรมราชวิทยา) นครศรีธรรมราช ไปช่วยพ่อทำเหมืองแร่ที่ ต.ถ้ำทะลุ อ.บันนังสตา จ.ยะลา จนถึงปี 2501 เทศบาลเมืองปัตตานีประกาศเลือกตั้ง สท.

จึงกลับมาสมัครในทีม ดิเรก คณานุรักษ์ ได้รับเลือกตั้งสมใจ และได้เป็นเทศมนตรีติดต่อกันมา 5 สมัย จากนั้นเป็นนายกเทศมนตรีอีก 2 สมัย จน พ.ศ. 2528 มีการเลือกตั้งใหม่อีกครั้ง เปิดโอกาสให้คนในทีมเข้าบริหารงานเทศบาลเมืองปัตตานี ซึ่งเป็นคณะเทศมนตรีชุดปัจจุบันนี้เอง

สำหรับ อนันต์ คณานุรักษ์ คุณพ่อของเขานั้น อดีตเคยเป็นนายกเทศมนตรีเมืองปัตตานีมาก่อน และเป็นคนแรกที่ริเริ่มสร้าง "หลวงพ่อทวดเนื้อว่าน" วัดช้างให้ จนมีเกียรติคุณลือลั่นไปทั่ว ซึ่งนิยมเลี้ยงนกเขาชวาด้วย มีนกตัวดีชื่อ "ลูกแดง" สร้างชื่อเสียงโด่งดังที่สุดในยุคนั้น โดยเจ้าตัวเจริญรอยตามคุณพ่อ นิยมเลี้ยงนกเขาชวาเช่นกัน

ขณะนี้ นกตัวที่ทำชื่อเสียงให้ ชื่อ "ตะโละกาโปร์" หวงแหนมาก ขนาดชาวมาเลเซียเสนอราคาให้ 5 แสนบาท แต่ เติมศักดิ์ คณานุรักษ์ ไม่ยอมขาย เพราะนกเขาชวาตัวนี้คว้าแชมป์ทั้งในสนามเมืองไทยและประเทศมาเลเซียมาแล้ว เคยได้รับรางวัลถ้วยพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่สนามสิงห์สำอาง จ.สมุทรสาคร, ถ้วยรางวัลพระราชทาน ที่ศูนย์ศิลปาชีพบางไทร อยุธยา, ถ้วยรางวัลพระราชทาน ที่สนามสะพานข้ามแม่น้ำแคว จ.กาญจนบุรี, ถ้วยรางวัลพระราชทาน ที่สนามมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ สงขลา และล่าสุดคว้าถ้วยรางวัลที่ 3 "เสียงรวม" ณ สนามแข่งขันนกเขาชวาระดับอาเซียน ที่สวนขวัญเมือง ยะลา

ชีวิตครอบครัว ภรรยาชื่อ รศ.มัลลิกา คณานุรักษ์ เป็นอาจารย์อยู่ที่ มอ. ปัตตานี มีบุตรชาย 2 คน กำลังเรียนในมหาวิทยาลัย ซึ่งจัดได้ว่าเป็นบุคคลผู้หนึ่งที่ประสบความสำเร็จในชีวิต เล่นการเมืองระดับท้องถิ่น ก็คุมบังเหียนบริหารงาน หันมาเลี้ยงนกเขาชวา ก็บรรลุสู่เป้าหมาย เพราะได้ตำแหน่งแชมป์สมความตั้งใจ

 


ที่มา: หนังสือพิมพ์ ไทยรัฐ
วันพุธที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2530


....."นกเขาชวาเลื่องชื่อ ตะโละกาโปร์ ของ เติมศักดิ์ คณานุรักษ์ อดีตนายกเทศมนตรีเมืองปัตตานี นอกจากจะคว้ารางวัลชนะเลิศมาเกือบทุกสนามแล้ว ยังได้รับถ้วยพระราชทานเป็นเกียรติยศ อีก 4 รางวัล รศ.มัลลิกา คณานุรักษ์ ปลื้มไม่เสร็จจนทุกวันนี้".....

 


ที่มา: หนังสือพิมพ์ เดลิมิเรอร์
วันที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2530


....."ส่วนคู่แข่งของนก เปเล่ ในปีนี้ วิรัช รัตนตยาธิคุณ ผู้เป็นเจ้าของ เล็งไปที่นก ตะโละกาโปร์ ของ เติมศักดิ์ คณานุรักษ์ ใครจะแน่หรือไม่ก็ต้องคอยดูกันเองนะขอรับ".....

 


ที่มา: หนังสือพิมพ์ เดลิมิเรอร์
วันที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2530


....."ผู้สื่อข่าวสมุทรสาครรายงานมาว่า เมื่อวันที่ 5 ธันวาคมที่ผ่านมา สมาคมผู้เลี้ยงนกเขาชวาเสียงแห่งประเทศไทย ได้จัดให้มีการแข่งขันนกเขาชวาเสียงชิงถ้วยพระราชทาน คิงส์คัพ ครั้งที่ 16 ประจำปี 2530 ณ สนามสิงห์สำอาง ..... ประเภทเสียงกลางชนะเลิศที่ 1 ได้แก่นกชื่อ ตะโละกาโปร์ ของนายเติมศักดิ์ คณานุรักษ์ อ.เมือง จ.ปัตตานี".....

 


ที่มา: หนังสือ มหาลาภ
วันที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2531


คอลัมน์ ซุบซิบสังคม นกเขาชาวบ้าน

....."ส่วนทางภาคใต้ ชมรมปัตตานีจัดงานเปิดค่ายใหม่ คราวนี้จัดหน้าศาลากลางจังหวัดปัตตานี หัวหน้าทีมงานมี อดีตนายกเทศมนตรีเติมศักดิ์ และขวัญใจของท่าน รองศาสตราจารย์มัลลิกา คณานุรักษ์ ออเดอร์หนังสือการเล่นนกเขาชวา พร้อมประวัติความรู้ ซึ่งเป็นหนังสือน่าอ่านอยู่เล่มหนึ่ง แล้วก็ต้องอย่าลืมนะครับว่า แชมป์เสียงกลางถ้วยพระราชทานฯ นกตะโละกาโปร์ ก็เป็นนกอยู่ในชมรมปัตตานีนี้"..... 

....."ชนะเลิศเสียงกลาง งานคิงส์คัพ นกตะโละกาโปร์ ของอดีตนายกเทศมนตรีเมืองปัตตานี เติมศักดิ์ คณานุรักษ์ และ รศ.มัลลิกา คณานุรักษ์ แห่ง มอ. ปัตตานี งานราตรีสโมสร สมาคมผู้เลี้ยงนกเขาชวาแห่งประเทศไทย เมื่อ 6 ธันวาคม 2530 ที่ผ่านมา".....

 


ที่มา: หนังสือพิมพ์ ไทยรัฐ
ปีที่ 31 ฉบับที่ 11004
วันอังคารที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2531


....."นกตะโละกาโปร์ นกเขาชื่อดังของ นายเติมศักดิ์ คณานุรักษ์ และ รศ.มัลลิกา คณานุรักษ์ คนดังวงการนกเขาเมืองไทย คว้าแชมป์ออฟเดอะแชมป์ประเภทเสียงรวม ในการแข่งขันชิงแชมป์นกเขาชวาอาเซียน ครั้งที่ 3 ที่เทศบาลเมืองยะลาจัดขึ้น ณ สนามขวัญเมือง ตั้งแต่วันที่ 5 มีนาคม และสิ้นสุดวันที่ 6 มีนาคม".....

 


ที่มา: หนังสือพิมพ์ เดลิมิเรอร์
วันที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2531


....."ผิดกับรายนี้ไปเป็นกอง ที่กำเอาความขาวสะอาดกลับเมืองปัตตานีไปอย่างภาคภูมิ เติมศักดิ์ คณานุรักษ์ อดีตนายกเทศมนตรีเมืองปัตตานี เพราะในวันรวมเสียง นกตัวโปรด ตะโละกาโปร์ ขันออกมาแต่ละคำ ประทับจิตประทับใจคนฟังไปทั้งสนาม ทิ้งห่างจากนกอื่นๆ ดีนะที่ฝนตกลงมาเสียก่อน ไม่เช่นนั้นคะแนนก็ยิ่งจะห่างกันไปใหญ่ หลังจากที่คว้าชัยชนะไปอย่างสบาย"..... 

 


ที่มา: หนังสือพิมพ์ เดลิมิเรอร์
วันอาทิตย์ที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2531


....."นกตะโละกาโปร์ ของ เติมศักดิ์ คณานุรักษ์ และเชื่อแน่เหลือเกินว่าในเสียงนี้จะต้องสร้างความหนักใจให้กรรมการเป็นอย่างมาก เพราะทุกนกที่กล่าวมานี้มีความดีสูสีกันมาก โดยเฉพาะถ้านกเปเล่ กับนกตะโละกาโปร์ ขันขึ้นพอๆ กัน ก็จะส่งความเป็นหนึ่งเพียงสองนกนี้เท่านั้น ขอให้จับตามองดูกันให้ดี".....

 


ที่มา: หนังสือพิมพ์ เดลิมิเร่อร์
วันอาทิตย์ที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2531


หน้า 1 

"ตะโละ กะโป" ยอดนกเขาชวาของไทยตายเสียแล้ว
ราคานับล้าน - ได้ถ้วยพระราชทานหลายครั้ง

ยอดนกเขาชวาเสียงของไทย ชนะเลิศถ้วยพระราชทานมาแล้วหลายครั้ง มีราคาค่าตัวนับล้าน มีอันเป็นตายเสียแล้ว ด้วยสาเหตุง่ายๆ ถูกงูลอบเข้าไปกัดตาย หมายจะเขมือบกินเป็นอาหาร เจ้าของถึงกับสะอึกหวิดร่ำไห้ ครวญไม่เคยคิดว่าเป็นสัตว์ แต่เป็นสมาชิกผู้หนึ่งของครอบครัว เผยเป็นตัวเก็งถ้วย "ควีนส์คัพ" ที่กำลังจะเปิดแข่งขันในปลายเดือนนี้ แต่มาเสียชีวิตเสียก่อนอย่างน่าเสียดายยิ่ง

มีรายงานข่าวแจ้งว่า ขณะนี้บุคคลในวงการนกเขาชวาทั่วประเทศกำลังมีความโศกเศร้า และเสียดายเป็นอย่างยิ่งต่อการล้มหายตายจากไปของนกเขาชวาตัวหนึ่ง ซึ่งได้สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยมาหลายครั้งแล้ว ซึ่งนกตัวนั้นชื่อนก "ตะโละ กะโป" ของคุณเติมศักดิ์ คณานุรักษ์ อดีตนายกเทศมนตรี เทศบาลเมืองปัตตานี สาเหตุของการจากไปของนก "ตะโละ กะโป" เนื่องมาจากถูกงู ซึ่งยังไม่ทราบว่าเป็นงูอะไร แอบเข้าไปกินถึงในกรง ตอนกลางดึกที่ทุกคนในบ้านพากันนอนหลับไปหมดแล้ว

เกี่ยวกับเรื่องนี้ ผู้สื่อข่าว"เดลิมิเร่อร์" ได้โทรศัพท์ทางไกลไปขอสัมภาษณ์คุณเติมศักดิ์ คณานุรักษ์ เจ้าของนกตัวดังกล่าวที่บ้านพัก จ.ปัตตานี โดย รศ.มัลลิกา คณานุรักษ์ ภรรยาของคุณเติมศักดิ์ เป็นผู้รับสาย เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามถึงเรื่องนี้ ปรากฏว่า รศ.มัลลิกาถึงกับนิ่งอึ้งอยู่พักหนึ่ง".....

 


ที่มา: หนังสือพิมพ์ เดลิมิเร่อร์
วันที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2531


หน้า 1 

"ตะโละ กะโป" ตายเสียแล้ว

ยอดนกเขาชวาเสียงของไทย ชนะเลิศถ้วยพระราชทานมาแล้วหลายครั้ง มีราคาค่าตัวนับล้าน มีอันเป็นตายเสียแล้ว ด้วยสาเหตุง่ายๆ ถูกงูลอบเข้าไปกัดตาย หมายจะเขมือบกินเป็นอาหาร เจ้าของถึงกับสะอึกหวิดร่ำไห้ ครวญไม่เคยคิดว่าเป็นสัตว์ แต่เป็นสมาชิกผู้หนึ่งของครอบครัว เผยเป็นตัวเก็งถ้วย "ควีนส์คัพ" ที่กำลังจะเปิดแข่งขันในปลายเดือนนี้ แต่มาเสียชีวิตเสียก่อนอย่างน่าเสียดายยิ่ง

มีรายงานข่าวแจ้งว่า ขณะนี้บุคคลในวงการนกเขาชวาทั่วประเทศกำลังมีความโศกเศร้า และเสียดายเป็นอย่างยิ่งต่อการล้มหายตายจากไปของนกเขาชวาตัวหนึ่ง ซึ่งได้สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยมาหลายครั้งแล้ว ซึ่งนกตัวนั้นชื่อนก "ตะโละ กะโป" ของคุณเติมศักดิ์ คณานุรักษ์ อดีตนายกเทศมนตรี เทศบาลเมืองปัตตานี สาเหตุของการจากไปของนก "ตะโละ กะโป" เนื่องมาจากถูกงู ซึ่งยังไม่ทราบว่าเป็นงูอะไร".....

 


ที่มา: หนังสือพิมพ์ เดลิมิเร่อร์
วันที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2531

....."มีผู้สงสัยกันว่า นกนันทิดา ของ วิชัย เรืองเริงกุลฤทธิ์ จะร้องเหมือน นันทิดา แก้วบัวสาย หรือไม่ แต่ได้ยินเสียงกระซิบว่า เมื่อหมด ตะโละกาโปร์ ก็ต้องมาฟัง อรุณโรจน์ ของผมกันบ้างล่ะ".....

 


 

Bangkok Post
Vol. XLIII No.265
Section Three
Outlook
Thursday September 22, 1998



Where songbirds sit plotting their coos.

Whose is the most famous voice in the south?

The zebra dove, of course, nok khao java, whose cage throughout the southern provinves. Although zebra doves are now kept as a pastime everywhere in Thailand, in the four southernmost provinces these songbirds are part of a person's way of life.

A southerner gets up. He washes his face and brushes his teeth, then he goes to his beloved pet to pamper it with his undivided attention. He snaps his fingers and coos loving words. He may even take his bird with him when he goes to work on the rubber plantation. In the evening, when he relaxes with friends in the coffeeshop, the chances are that the dove cage will be hung there, too.

If he's justly proud of his zebra dove, he will travel far and wide to see it coo in competitions with other doves.

At certain times of the day, the caged dove will be hoisted to the top of a pole, where it will remain for hours --- a process that makes it coo in full voice, as if it were in its natural forest habitat. The pactice is also meant to familiarise the bird with an environment similar to one at contest grounds.

Instead of horse-racing tracks, Yala and several other southern provinces have zebra dove singing competition grounds, an eye-catching place with rows and rows of tall poles.

"Keeping nok khao java has been popular in both the South and the Central regions for many years," said Mallika Kananurak, a professor of Literature at Prince of Songkhla University (Pattani campus) and an author of Raising Cooing Zebra Doves.

"At first, those from the Central Region would keep doves with auspicious characteristics, while the southerners opted for zebra doves with good cooing voices," she explained. "But eventually the interest shifted, and now everyone is keeping cooing doves."

According to Mallika, a cooing zebra dove is judged by the clarity fullness, rhythm and resonance of its voice.

Zebra doves are entered into contests in four categories: high-pitched, middle-range, low-voiced and all-comers.

"Keeping zebra doves first started off as popular hobby for the elderly and among Muslim people," she said, "Now young people have got into it, too, partly because it can be quite profitable to raise them."

The reason behind the zebra dove craze in the South, said Mallika, may be rooted in the fact that many of the dove-trappers in the old times were Muslims living in Norng Jauk, a suburb of Bangkok, who then brought their catches to sell in the south.

Mallika pinpointed Songkhla as the current hub of the zebra dove trade in Thailand. "Over 10 million baht is generated there each year through the sale of zebra doves.

"But the place where the best birds are to be had is Pattani, the Yaring and Muang districts, to be exact," she announced with the wisdom gathered from years of studying the field.

The ASEAN singing zebra dove contest, held annually in Yala, offers probably the most coveted titles among zebra dove keepers in the country. Last year's contest saw close to 1,500 zebra doves compete. Many came from as far away as Malaysia, Singapore, and the Philippines.

"After a dove wins a prize in such contest, its price may go up dramatically --- in one case, from 50,000 to 150,000 baht. Eggs fertilised by these prize winning sires are also saleable at high prices," said Mallika.

Thus, the popularity and high prices of zebra doves have prompted many southerners to begin breeding them for sale.

Mattahleb Binhlep, 38-year-old owner of a three-year-old zebra dove farm in Songkhla, is one such person who has sensed the ever-rising popularity of zebra doves and seized the opportunity.

Starting off with a capital of 50,000 baht, he bought three pairs of zebra doves and built some cages. His farm now has approximately 100 pairs. He sends his winged products to sell in Songkhla and Bangkok.

"The cheapest a pair of mine goes for is 1,000 baht, the most expensive is around 15,000 baht," he said, proudly showing some of his prize winners. "My farm gets by," he humbly said.

Stories have been told of zebra doves selling for millions of baht. But Mallika said those were merely "boasting" prices.

"The best price a zebra dove has fetched in an actual sale that I know of is 350,000 baht," she said. "A dove by the name of 'Phet Tani'."

But raising your bird so that it hits the right note every time can be time and energy-consuming, not to mention downright expensive.

"It takes a lot to properly take care of a zebra dove," said Mallika, whose husband owns "Taloh Kapo", the prima donna of the middle-range circuit which has garnered at least 25 trophies over the past two years.

Marrying into a family of Kananurak, with its reputation for prize-winning zebra doves, Mallika began studying about the birds for a research project at the Prince of Songkhla University. Eventually she wrote a book on zebra doves.

Keeping Taloh Kapo and other doves requires that Mallika's family hire a keeper, who will drop in every morning to put the flock up on tall posts, where they will stay until near noon. "Then he will change their drinking water, feed them, spray them with water and take them into the house to rest," said Mallika. At 3 p.m., out go the flock to the shaded eaves of the house.

"Fragile, these birds. If they become startled or frightened, they may stop cooing for a period, or forever. Now, that will really upset the owners, as their prices will go tumbling down."

Mallika then proceeded to tell about a Pattani resident who was offered 200,000 baht for his prize-winning dove, he shunned the offer, only to see his beloved dove contract some kind of fungus, and scratch itself to death the following week.

According to Mallika, practically every week a singing dove contest is held somewhere in the country. And not unlike beautiful girls shuffling from contest to contest, prize birds make rounds both locally and abroad.

"In the south, keeping nok khao java is many things, indeed," said Mallika. "It's a way of life, a way to make friends, and a kind of folklore."

 


 


 

Bangkok Post
Outlook
Thursday September 22, 1998


Pictures by Wipawee Otaganonta:

Mallika Kananurak, poses with some of the trophies won by Taloh Kapo, bought for 85,000 baht at the age of one year, yet soon to prove himself priceless with his prize-winning ways.

 



 


Bangkok Post
Outlook
Thursday September 22, 1998


Pictures by Wipawee Otaganonta:

Mallika's husband, Termsak, with the champion himself, Taloh Kapo.

 


 

ที่มา: หนังสือพิมพ์ เดลิมิเร่อร์
วันที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2531

ตะโละกะโปร์ตาย - เสียงยังอยู่

จากการที่นกเขาชวาเสียงชื่อดังทีมีชื่อว่า "ตะโละกะโปร์" ของนายเติมศักดิ์ คณานุรักษ์ มีอันต้องจากหายไปจากวงการอย่างไม่มีวันจะหวนกลับมาอีก เนื่องจากได้ถูกงูไม่ทราบชนิดแอบเข้าไปกัด หมายจะกินเป็นอาหารถึงในกรงใบงาม ซึ่งได้ยังความโศกเศร้าและสุดแสนจะเสียดายมาสู่ผู้เป็นเจ้าของและบุคคลในวงการอย่างทั่วหน้า ทั้งนี้ก็เป็นเพราะว่า เมื่อตอนที่ "ตะโละกะโปร์" ยังมีชีวิตอยู่ได้สร้างชื่อเสียงให้ผู้เป็นเจ้าของและประเทศไทยเป็นอย่างมาก โดยสามารถโก่งคอขันด้วยลีลาที่สุดแสนประทับใจกรรมการตัดสิน จนคว้ารางวัลชนะเลิศในประเภทเสียงกลางมาได้อย่างสบายๆ ไม่ว่าจะเป็นการแข่งขันในระดับประเทศ หรือระดับอาเซียนก็ตามแต่

และด้วยการที่ "ตะโละกะโปร์" มีความดีอยู่ในตัวของตัวเองอย่างเปี่ยมล้นครบด้วยประการทั้งปวงนี้เอง จึงมีผู้สนใจตีราคาค่างวดให้กับ "ตะโละกะโปร์" ด้วยจำนวนเงินนับเป็นล้านบาท แต่ผู้เป็นเจ้าของก็ไม่ยอมที่จะให้จากไป พร้อมกับยังให้ความสำคัญต่อนกเขาชวาตัวนี้เปรียบเสมือนสมาชิกคนหนึ่งในครอบครัวเลยทีเดียว แต่อย่างไรก็ตาม เป็นไปตามคำที่พระท่านว่าไว้ "สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม" ดังนั้น "ตะโละกะโปร์" จึงต้องจากไปจากวงการไปด้วยสัจจธรรมอันนี้เอง

แต่อย่างไรก็ตาม เพื่อให้บุคคลในวงการรำลึกถึงเสียงขันของ "ตะโละกะโปร์" ขณะนี้ เซ็มขาว ป้อมพระกาฬ ได้ดำเนินการจัดทำเทปเสียงขันของ "ตะโละกะโปร์" จนสำเร็จลุล่วงแล้ว โดยมีความยาวตลอดทั้งสองหน้าของตลับเทป โดยได้รับความร่วมมือด้วยดีจาก นายเติมศักดิ์ คณานุรักษ์ ผู้เป็นเจ้าของ ได้จัดส่งเทปเสียงขันของ "ตะโละกะโปร์" ตอนที่มีชีวิตอยู่มาให้ดำเนินการจัดทำ เวลานี้มีจำหน่ายแล้วที่ร้าน "เซ็มขาว+เจ๊อ๋อย" ป้อมพระกาฬเฉลิมไทย ในราคาตลับละ 70 บาท ผู้สนใจโปรดรีบไปจับจองเป็นเจ้าของเทปด่วน เพราะถ้าช้าอาจหมดได้ และหากผู้ใดต้องการจะรับไปจำหน่ายติดต่อได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 222-2323

 


 

ที่มา: หนังสือพิมพ์ ไทยรัฐ
วันที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2532


....."เผยนกตะโละกาโปร์ อดีตแชมป์รวมเสียงอาเซียนปีที่แล้ว ถูกงูเขียวกัดตายเสียแล้ว จึงไม่มีเสียง วาวตะโละกาโปง ให้ได้ยิน นักเลงนกเขาพากันเศร้าเมื่อทราบข่าวว่า ตาย..... ตามประวัติกล่าวว่า ตะโละกาโปร์ เป็นนกเสียงกลางจาก ต.ตันหยงลูโละ อ.เมือง ปัตตานี ว่ากันว่า เสียงขัน 5 พยางค์ คือ ว้าว...ตะ...โละ...กะ...โปง... นั้นคมมาก นายเติมศักดิ์ เจ้าของใหม่จึงได้ตั้งชื่อตามเสียงร้อง ซึ่งเป็นชื่อหาดที่สวยงามแห่งหนึ่งใน อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี"..... 

 


 

ที่มา: หนังสือพิมพ์ เดลิมิเร่อร์
วันที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2532


....."น่าเสียดายที่นกตะโละกาโปร์ ของคุณเติมศักดิ์ คณานุรักษ์ ได้ตายไปเสียแล้ว ทานตะวัน ได้ยินข่าวนกตะโละกาโปร์ตายถึงกับน้ำตาซึม ทั้งๆ ที่ไม่ได้มีส่วนเป็นเจ้าของ ขณะที่เขียนต้นฉบับอยู่นี่ ขนยังลุกอยู่เลยด้วยความเสียดาย ซึ่งจะไม่ได้ฟังนกที่ขันอย่างนี้เกิดขึ้นมาในวงการอีก (เขียนถึงตอนนี้น้ำตาก็ซึมมาอีก เขียนต่อไม่ได้ ต้องหยุดพัก) .......... นกตะโละกาโปร์ขันดีมากเท่าที่ ทานตะวัน เคยได้ยินในงานศูนย์ศิลปาชีพ บางไทร เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2530 ในประเภทเสียงกลาง".....

 


 

ที่มา: หนังสือพิมพ์ เดลิมิเร่อร์
วันที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2532


....."แต่ความเป็นจริงนั้น นกที่ขันอย่าง ตะโละกาโปร์ นั้นหาได้ยากยิ่ง เหมือนสุภาษิตไทยที่ว่า งมเข็มในมหาสมุทร".....

 


 

กลอนไว้อาลัย ตะโละกาโปร์

ลงพิมพ์ใน
1) หนังสือพิมพ์ เอกราช ฉบับวันที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2532
2) หนังสือพิมพ์ ชาวใต้ ฉบับวันที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2532
3) หนังสือพิมพ์ เดลิมิเร่อร์ ฉบับวันที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2532


คิดถึง "ตะโละกาโปร์"

"ตะโละกาโปร์" จากไป โอ้ใจหาย
ไม่เคยคลาย คิดถึงเสียง เจ้าเคียงขัน
ใครจะคิด เจ้าด่วนพราก ต้องจากกัน
เร็วดุจฝัน สุดอาลัย ใจรอนรอน

สิบเก้า กรกฎาคม ปีก่อนนั้น 
งูร้ายมัน ก่อเหตุได้ ไม่สังหรณ์
พรากชีวิต "นกเขา" เราจากจร
ร่างนิ่งนอน สิ้นลม เราตรมใจ

ต่อนี้ไป ไม่มีเสียง เจ้าเคียงขัน
ทุกคืนวัน เราร่ำไห้ เจ้าไปไหน
เหลือกรงเปล่า สะท้อนทรวง ทุกข์ห่วงใย
"นกเขา" ใด ไม่อาจชด มาทดแทน

ปลายกังวาน จังหวะเพราะ ไพเราะยิ่ง
เสนาะจริง เร้าทรวง ให้หวงแหน
คร่ำครวญเพรียก เจ้าไปสิ้น ทุกดินแดน
รักแนบแน่น โหยหา แสนอาลัย

กรกฎา เวียนบรรจบ ครบอีกหน
อารมณ์หม่น คิดคำนึง จึงหวั่นไหว
ขอตั้งจิต แผ่กุศล ผลบุญไป
เกิดชาติใหม่ กุศลพา มาพบกัน


เติมศักดิ์ - รศ.มัลลิกา คณานุรักษ์
19 กรกฎาคม 2532



ที่มา: หนังสือพิมพ์ ไทยรัฐ
วันศุกร์ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2532


....."เจ้าของนกเขาชวาตัวดังปัตตานี เติมศักดิ์ - รศ.มัลลิกา คณานุรักษ์ ปลื้มใจยิ่งกว่านกได้แชมป์ เพราะบุตรชาย รักศักดิ์ คณานุรักษ์ เรียนวิทยาศาสตร์จาก มอ. หาดใหญ่ เป็นบัณฑิตหนุ่มหมาดๆ ยินดีด้วย".....


ที่มา: หนังสือ มาตุภูมิ
ปีที่ 1 ฉบับที่ 26
วันที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2532


....."อยู่ไกลถึงปัตตานี แต่ยังอุตส่าห์หิ้วนกมาช่วยในนี้งาน เติมศักดิ์ คณานุรักษ์ อดีตนายกเทศมนตรี (ตลอดกาล) และ รศ.มัลลิกา คณานุรักษ์".....

 


ที่มา: หนังสือพิมพ์ เดลิมิเร่อร์
วันที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2533


....."พล.ต.ท.ประยูร โกมารกุล ณ นคร กรมวังผู้ใหญ่ เดินทางไปร่วมงานแข่งขันนกเขาชวาเสียงการกุศลที่ จ.ปัตตานี เมื่ออาทิตย์ที่แล้ว และแวะเยี่ยมเยียน รศ.มัลลิกา - เติมศักดิ์ คณานุรักษ์ ที่บ้านพัก".....

 


ที่มา: หนังสือพิมพ์ เดลิมิเร่อร์
วันที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2533


....."ช่างสมเกียรติดีจริงๆ งานใหญ่ระดับชาติอย่างนี้ต้องมีโฆษกที่ดีเยี่ยม รศ.มัลลิกา คณานุรักษ์ ถูกเชื้อเชิญให้มาทำหน้าที่พิธีกร เป็นปีที่ 2 ครับ ที่นี่เองต้องยอมรับในการเป็นพิธีกรของท่านอาจารย์ ไม่ว่าจะเป็นท่วงทำนองหรือน้ำเสียงการพูด ไม่ได้ยิ่งหย่อนไปกว่า นกเขาชวาเสียงกลางตัวดังในอดีต "ตะโละกะโปร์" เลยทีเดียวเชียว 

ส่วนทางด้านสามีสุดที่รัก เติมศักดิ์ คณานุรักษ์ ประธานที่ปรึกษาชมรมฯ ปัตตานี ก็ถูกจับตัววางให้ลงไปเป็น ประธานกรรมการโซนเสียงเล็ก เมื่อหลายคนเห็นท่านลงไปในสนาม ต่างก็พากันชื่นหัวใจเพราะเชื่อมั่นในความยุติธรรม".....

 


ที่มา: หนังสือพิมพ์ เดลิมิเร่อร์
วันอาทิตย์ที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2533


คอลัมน์ ชวาวงศ์สแควร์

สังคม "ชวาวงศ์สแควร์" ฉบับประจำวันอาทิตย์ที่ 30 ธันวามคม พ.ศ. 2533.....

*** ก่อนอื่นใดในสัปดาห์นี้ มนตรี ไม้จีน ผู้ควบคุมคอลัมน์นกเขาชวาของที่นี่ พร้อมด้วยทีมงาน ฝากสวัสดีปีใหม่ มายังเพื่อนๆ พี่ๆ ร่วมวงการทุกๆ ท่าน ขอให้จงมีความสุขความเจริญรุ่งเรืองตลอดศก 25343 สิ่งใดที่ไม่ดีงามก็ขอให้ปล่อยทิ้งไปกับศกเก่า 2533 แต่สิ่งใดที่ดีงามก็ขอให้จงตอบสนองมายังทุกๆ ท่าน ... สาธุ ...

*** เมื่อวันอาทิตย์ที่ 23 ธ.ค. ที่ผ่านมา ที่นี่ได้มีโอกาสเดินทางไปร่วมงานเปิดสนามซ้อมนกเขาชวาเสียง "ตะโละกาโปร์" ที่ จ.ปัตตานี ซึ่งสนามซ้อมแห่งนี้ตั้งตระหง่านอยู่ที่หน้าจวน ร.ต.ปกครอง จินดาพล ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี โดยที่ท่านเป็นผู้ดำริและเอื้อเฟื้อสถานที่ให้กับชาวชวาวงศ์ในจังหวัดปัตตานีและใกล้เคียงได้มีสนามซ้อมมาตรฐาน อีกทั้งยังเป็นตลาดซื้อขายนกดีๆ ที่อยู่ในเกณฑ์...*** ครับที่นี่ก็หวังว่าชาวชวาวงศ์คงชอบใจเป็นที่สุด...

*** ทันทีที่ที่นี่เดินทางไปถึงเมืองตานี พร้อมด้วยคณะ อันประกอบไปด้วย ชวาล โลจายะ นายกสมาคมผู้เลี้ยงนกเขาชวาแห่งประเทศไทย, อำมร เจริญวิริยะภาพ, มงคล กิจบำรุง และ กุลดิลก กิจสวัสดิ์ ก็ได้รับการต้อนรับขับสู้เป็นอย่างดีจาก รศ.มัลลิกา คณานุรักษ์ ประธานชมรมนกเขาชวาเสียงปัตตานี เติมศักดิ์ คณานุรักษ์ ที่ปรึกษาชมรมฯ และคณะเป็นอย่างดี กลับมาถึงกรุงเทพฯ ยังไม่หายซาบซึ้งในน้ำใจจนทุกวันนี้...

*** พอตกตอนค่ำของวันเสาร์ที่ 22 ธ.ค.นี้ รศ.มัลลิกา คณานุรักษ์ คนเป็นประธานชมรมฯ ปัตตานี ก็จัดให้มีงานเลี้ยงฉลองเปิดสนาม "ตะโละกาโปร์" ณ ภัตตาคารลอนดอน ซึ่งภายในงานก็มีแขกผู้ใหญ่ให้เกียรติไปร่วมงานกันหลายท่าน อาทิ เด่น โต๊ะมีนา รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข, ร.ต.ปกครอง จินดาพล ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี, พ.ต.เฐียร แก้วนิตย์ รองผู้ว่าฯ, มงคล สุวรรณโชติช่วง รองผู้ว่าฯ, พ.ต.ต.สมพร อองพลากร ผกก., สายไหม โกวิทยา นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองปัตตานี, เฉลิมชัย ชูเมือง ผอ.รพ.ปัตตานี และที่จะขาดหายไปไม่ได้คือ ชวาล โลจายะ นายกสมาคมผู้เลี้ยงนกเขาชวาฯ, อำมร เจริญวิริยะภาพ เลขานุการชมรมฯ นครปฐม, มงคล กิจบำรุง, กุลดิลก กิจสวัสดิ์ และ มนตรี ไม้จีน...

*** บรรยากาศภายในบริเวณงานก็เป็นไปอย่างฉันพี่น้อง มีการพูดคุยกันอย่างสนุกสนานสลับฉากกับการร้องเพลงของแขกผู้มีเกียรติ โดยเฉพาะ ร.ต.ปกครอง จินดาพล กับประนอม จินดาพล ศรีภริยาคู่ชีวิต อุตส่าห์ครวญเพลงคู่ หนุ่มนาข้าว สาวนาเกลือ ทำให้แขกเหรื่อภายในงานต่างหลงใหลในน้ำเสียงของคุณนาย...*** อย่างนี้เห็น น้องฮันนี่ คงจะชิดซ้ายตกขอบเวทีไปเลยทีเดียวเชียว...

*** ไม่ทำให้เสียชื่อคนเมืองหลวง อำมร เจริญวิริยะภาพ เป็นเพราะด้วยความรักและผูกพันกับ เติมศักดิ์ - รศ.มัลลิกา คณานุรักษ์ ก็สู้อุตส่าห์ทำร่มที่ระลึกในวันเปิดสนามซ้อม ไปแจกจ่ายให้กับแขกที่มาร่วมงานอย่างทั่วหน้ากัน ถึงตัวจะดำไปสักหน่อยแต่ใจนั้นช่างขาวดังสำลีเม็ดใน เอ้าก็ขอรับเอาความขอบคุณอย่างสุดซึ้งจากกรรมการบริหารชมรมฯ ปัตตานีไปด้วยขอรับ...

*** พอตะวันชอนขึ้นสู่ท้องฟ้าของวันอาทิตย์ที่ 23 ธ.ค. อันเป็นวันสำคัญของงานนี้ ก็มีชาวชวาวงศ์จากทุกตำบล และอำเภอในปัตตานี และจังหวัดใกล้เคียง ต่างพากันหอบหิ้วนกมาร่วมงานเปิดสนาม "ตะโละกาโปร์" อย่างล้นหลาม เช่น ดร.ยรรยง อุทัย นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองยะลา, พ.ต.ท.สง่า แก้วจำปัง, ประยูร เศวตดุลย์, โซฟี โกลก, ประสาน ชินผา หาดใหญ่ และใครต่อใครอีกมากมาย ทำให้สนามที่กว้างใหญ่ดูแคบลงไปถนัดตา...

*** ส่วนนกดังที่ถูกนำไปโชว์ในงานก็มีมากมายหลายสิบนก และที่ขาดหายไปเสียมิได้ก็คงเป็น "ซาร์ไก" กับ "ประดู่ทอง" และอีกหลายๆ นกที่ส่งเสียงร้องออกมาแต่ละคำช่างน่าประทับใจดีเหลือล้น เล่นเอา เสี่ยอมร หูตาเหลือกอยู่ตลอด แต่จะลงเอยกับนกไหนบ้างนั้น ที่นี่มิทราบได้ต้องไปถามเจ้าตัวดูเอาเอง...

*** พร้อมกันนี้ ร.ต.ปกครอง จินดาพล ผู้ว่าฯ, เติมศักดิ์ - รศ.มัลลิกา คณานุรักษ์ ตลอดจนคณะกรรมการบริหารชมรมฯ ปัตตานีทุกท่าน ฝากขอบพระคุณอย่างแรงมาถึงผู้ที่มาร่วมงานทุกๆ คน หากมีอะไรขาดตกบกพร่องไปบ้าง ต้องขอพระอภัยมณีไว้ ณ ตรงนี้ด้วย... ***

 


 

 

 




ทายาทหลวงสำเร็จกิจกรจางวาง เมืองปัตตานี

พระจีนคณานุรักษ์ (ตันจูล่าย)
ชีวประวัติ จางวางโทหลวงสำเร็จกิจกรจางวาง
หลวงสำเร็จกิจกรจางวาง ต้นตระกูลคณานุรักษ์
ประวัติ อำมาตย์ตรี พระจีนคณานุรักษ์ และตระกูลคณานุรักษ์
นายอนันต์ คณานุรักษ์ อดีตนายกเทศมนตรีเมืองปัตตานี
ขุนธำรงพันธุ์ภักดี (ธำรง วัฒนายากร)
นายดิเรก คณานุรักษ์ อดีตนายกเทศมนตรีเมืองปัตตานี ๕ สมัย!
นายสุวิทย์ คณานุรักษ์ อดีตประธานสภาเทศบาลตำบลสุไหงโก-ลก และประธานสภาจังหวัดนราธิวาส
นายจำเริญ วัฒนายากร ต.ม. และเหรียญรัตนาภรณ์ ชั้นที่ ๔
นายเติมศักดิ์ คณานุรักษ์ อดีตนายกเทศมนตรีเมืองปัตตานี
ฯพณฯ นายสวัสดิ์ วัฒนายากร องคมนตรี
น.อ.นพ.สืบสาย สุวรรณจินดา รน. อดีตนายกเทศมนตรีเมืองยะลา
ตำราไสยศาสตร์ ของนายอนันต์ คณานุรักษ์
ตำรับยาจีนแผนโบราณ โดยนายมานพ คณานุรักษ์
เจริญ สุวรรณมงคล ชีวิต-ความดีและตำนานผู้สร้าง'กลุ่มอีซูซุหาดใหญ่'
ขอแสดงความยินดีกับท่านองคมนตรีสวัสดิ์ วัฒนายากร รับฯ เครื่องราชฯ ชั้นปฐมจุลจอมเกล้า
กระจ่าง ตุลารักษ์ น้องชายนายสงวน คนสนิทนายปรีดี พนมยงค์ หนึ่งในคณะราษฎร ขบวนการเสรีไทย และกบฏวังหลวง
โรงสี หับ โห้ หิ้น และนายสุชาติ รัตนปราการ ผู้แปลงป่าให้เป็นหมู่บ้านคลองแงะ อำเภอสะเดา สงขลา
ดร.ปณิธาน วัฒนายากร คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย วิเคราะห์ปัญหาสามจังหวัดชายแดนใต้
“คณานุรักษ์” บอกเล่าสายสัมพันธ์วัฒนธรรม พุทธ-จีน-อิสลามแห่งปาตานี
เมื่อข้าพเจ้าเป็นเด็กหัวตลาด (น.พ.ปานเทพ คณานุรักษ์)