dot
ทายาทหลวงสำเร็จกิจกรจางวาง ๗ สาย
dot
bulletต้นตระกูล ทายาทหลวงสำเร็จกิจกรจางวาง
bulletสายนางเม่งจู โกวิทยา
bulletสายหลวงสุนทรสิทธิโลหะ
bulletสายคุณพระจีนคณานุรักษ์
bulletสายนายจูเส้ง คณานุรักษ์
bulletสายนางกี่จู กาญจนบุษย์
bulletสายนางจูกี่ แซ่เล่า
bulletสายหลวงวิชิตศุลกากร
dot
เพลิดเพลินจำเริญใจ
dot
bulletรวมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ
bulletพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ
bulletพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ
bulletสวนสัตว์ของเรา
bulletท่องเที่ยวทั่วไทย
bulletนาฏยศาลา หุ่นละครเล็กโจหลุยส์
bulletมูลนิธิจักรพันธุ์ โปษยกฤต
bulletOPERA SIAM
dot
เว็บนี้มีประโยชน์
dot
bullet เครือข่ายกาญจนาภิเษก
bulletฐานข้อมูลหน่วยงานภาครัฐ
bulletThailand e-Government
bulletภ า ษี ไ ป ไ ห น ?
bulletหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ
bulletสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย
bulletสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)
bulletพุทธธรรม ฉบับปรับขยาย (อ่าน)
bulletพุทธธรรม ฉบับปรับขยาย (ฟัง)
bulletห้องสมุดมารวย
bulletTQA รางวัลคุณภาพแห่งชาติ
bulletศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์
dot
เด็กคืออนาคตของชาติ
dot
bulletKhan Academy. You can learn anything. For free. For everyone. Forever.
bulletKhan Academy ไทย
bulletTED-Ed: Lessons Worth Sharing
bulletTED-Ed Thai (YouTube)
bulletพิพิธภัณฑ์เด็กกรุงเทพมหานคร
bulletTK Park อุทยานการเรียนรู้
dot
เว็บของทายาทฯ
dot
bulletโรงแรม ซี.เอส. ปัตตานี
bulletโรงแรม ภูริมาศบีชแอนด์สปา
bulletEarth Safe Foundation on Facebook
dot
ส่วนของสมาชิก
ชื่อผู้ใช้ :
รหัสผ่าน :
เข้าสู่ระบบอัตโนมัติ :
bullet ลืมรหัสผ่าน   bullet สมัครสมาชิก
dot
dot
หากเว็บนี้ยังประโยชน์แก่ท่านบ้างทางหนึ่งทางใด ข้าพเจ้าขออุทิศคุณความดีทั้งปวงนั้นแด่บรรพบุรุษ บิดามารดา ญาติพี่น้อง และ ครูบาอาจารย์ทุกท่าน หากแม้มีความบกพร่องใดๆ โดยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ข้าพเจ้าขอน้อมรับผิดทุกประการแต่เพียงผู้เดียว
dot
bulletรักศักดิ์ คณานุรักษ์ (ต้น)
bulletMBA, State University of New York at Buffalo (UB)
bulletPrince of Songkla University
bulletสาธิต ม.อ. ปัตตานี
bullet ส่งข้อความถึงเว็บมาสเตอร์


ประวัติ อำมาตย์ตรี พระจีนคณานุรักษ์ และตระกูลคณานุรักษ์

 

 

 

สกุล คณานุรักษ์ เดิม แซ่ตัน เป็นคนจีนฮ๊อกเกี้ยน สืบเชื้อสายจากพระเจ้าตันเส็งอ๋อง ตั้งบ้านเรือนอยู่ที่อำเภอหลงไห่ (Long Hai) จังหวัดจังโจว (Zhang Zhou) มณฑลฮ๊อกเกี้ยน (Fujian) ประเทศจีน นับถือพระกวนอู เป็นพระประจำตระกูล และมีคำสั่งสอนลูกหลานตกทอดมาถึงปัจจุบันนี้ว่า "ให้จงรักภักดี ต่อแผ่นดิน ต่อพระมหากษัตริย์ มีความกตัญญูรู้คุณคน และถือสัจจะ"

 

นายปุ่ย แซ่ตัน หรือ นายตันปุ่ย หรือ เฉิน จง ซิ่น (พระยาสำเร็จกิจกร บิดาอำมาตย์ตรี พระจีนคณานุรักษ์) คือบรรพบุรุษคนแรกที่มาอยู่ในแผ่นดินไทย เป็นต้นตระกูล คณานุรักษ์ - ตันธนวัฒน์ และเป็นบรรพบุรุษของตระกูล โกวิทยา, กุลโชติ, กาญจนบุษย์, แก้วมาก, จันทรัศมี, จินดาประเสริฐ, จงรักษ์, ฉลองวงษ์, ณ สงขลา, ปริชญากร, รัตนปราการ, โรจนหัสดินทร์, รัตรสาร, เลขะกุล, เลาหะกุล, เล่าตระกูล, วัฒนายากร, วัฒนานิกร, สุวรรณมงคล, สุวรรณจินดา, สิมศิริวงษ์, สาครินทร์ และ ฯลฯ  มีเชื้อสายสืบตระกูลถึงปัจจุบัน ๗ ชั้น (...ปัจจุบันมีชั้นที่ ๘ แล้ว...) ประมาณ ๑๒๑๒ คน  

นายปุ่ย แซ่ตัน มีอาชีพเป็นพ่อค้าวาณิชย์ เป็นนายสำเภาค้าขายทางทะเล ได้แล่นเรือสำเภาออกจากท่าเรืออำเภอหลงไห่ (Long Hai) จังหวักจังโจว (Zhang Zhou) มณฑลฮ๊อกเกี้ยน (Fujian) ประเทศจีน ในสมัยแผ่นดินพระเจ้ากวงซูฮ่องเต้ (สมัยพระนางซูสีไทเฮา กุมอำนาจประเทศจีน) มาค้าขายยังอาณาจักรรัตนโกสินทร์ เรือเข้าเทียบท่าเมืองสงขลา และได้มาอยู่กับพระยาสงขลา (เถี้ยนเส้ง ณ สงขลา) เจ้าเมืองสงขลาผู้เป็นญาติ ในสมัยต้นแผ่นดินสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๓ ของกรุงรัตนโกสินทร์ ปีศักราช ๑๒๐๐

ต่อมาเกิดเหตุการณ์ไม่สงบขึ้น มีกบฎตนกูหมัดสะวะ หลานพระยาไทรบุรี ที่เคยก่อกบฎพยายามลอบฆ่าพระยาไทรบุรีเพื่อยึดอำนาจจากอาของตนเองแต่ไม่สำเร็จ แล้วหลบหนีไปหลบซ่อนอยู่ที่เกาะหมาก รวบรวมสมัครพรรคพวกและโจรสลัด ยกกำลังเข้าโจมตีและยึดเมืองไทรบุรีได้สำเร็จ พระยาไทรบุรีพาครอบครัวหลบหนีมายังเมืองสงขลา ตนกูหมัดสะวะรวบรวมกำลังตามโจมตียึดเมืองต่างๆ ในหัวเมืองมลายู เจ้าเมืองบางเมืองที่ยอมเข้าเป็นพวกก็รอดตาย และหลายเมืองไม่ยอมเป็นพวกถูกฆ่าตายทั้งครอบครัว กองทัพกบฎเข้าตีเมืองต่างๆ แตกพ่าย เจ้าเมืองต่างๆ ที่ไม่ยอมเข้าเป็นพวกกบฎต่างพาครอบครัวหลบหนีมาที่เมืองสงขลา และพวกกบฎยกกองทัพตามมาล้อมเมืองสงขลา ขณะนั้นเจ้าเมืองสงขลา (เถี้ยนเซ้ง ณ สงขลา) ไม่อยู่ไปราชการที่กรุงเทพฯ พระสุนทรนุรักษ์ (บุญสัง ณ สงขลา) ผู้ช่วยราชการเมืองสงขลา รักษาราชการแทน จึงได้ส่งคนถือหนังสือด่วนลงเรือไปแจ้งข่าวต่อทางกรุงเทพฯ

นายปุ่ย แซ่ตัน ที่ปักหลักค้าขายอยู่กับพระยาสงขลา เจ้าเมืองสงขลา เป็นผู้มีวิทยายุทธ์คนหนึ่งเห็นบ้านเมืองคับขัน ด้วยสำนึกในพระคุณของแผ่นดิน คิดเห็นว่าตนเองและชนชาวจีน ที่ได้มาพึ่งพระบรมโพธิสมภารแผ่นดินสยาม ควรจะสนองพระคุณแผ่นดินสยาม จึงรวบรวมคุณจีนเมืองสงขลาได้ ๔ กองรบ อาสาป้องกันเมืองสงขลาและอาสาเป็นกองทัพหน้าเข้าทำศึกกับกองทัพกบฎ ส่วนการรักษาเมืองเป็นหน้าที่ของพระสุนทรนุรักษ์ (บุญสัง ณ สงขลา) และทหารเมืองสงขลา การรบในครั้งแรกๆ ไม่สามารถชนะข้าศึกได้เพราะกำลังกองทัพกบฎมีมากมาย มากกว่าหลายเท่า การรบติดพันจนไม่มีเวลาหุงหาอาหาร จึงให้กองทหารจีนอาสาหุงข้าวใส่กระบอกไม้ไผ่ตั้งแต่เช้ามืด แล้วยกกำลังเข้าตีกองทัพกบฎที่เขารูปช้างสงขลา เมื่อถึงเวลารับประทานอาหารเที่ยงกองทัพจีนอาสารบไปควักข้าวที่ใส่ในกระบอกรับประทานไปด้วย กองทัพกบฎไม่ได้หยุดพักรับประทานอาหารจึงแตกพ่าย กองทัพจีนอาสาตามโจมตีกองทัพกบฎ ตกเย็นตัดหัวพวกกบฎหิ้วกลับเมืองสงขลาคนละหัวสองหัว ผู้รักษาเมืองสงขลาชอบใจตกรางวัลให้หัวละ ๕๐ เหรียญ

หนังสือด่วนแจ้งข่าวจากพระสุนทรนุรักษ์ (บุญสัง ณ สงขลา) ไปถึงกรุงเทพฯ ในขณะที่พระยาสงขลา (เถี้ยนเส้ง ณ สงขลา) กำลังเข้าเฝ้าพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว (ร.๓) ที่ท้องพระโรงในพระบรมมหาราชวัง พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว (ร.๓) จึงพระบรมราชโองการให้พระยาสงขลา (เถี้ยนเส้ง ณ สงขลา) นำกำลังส่วนหนึ่งรีบเดินทางกลับเมืองสงขลาในทันที และให้พระยาพิชัยญาติ (ทัด บุนนาค) เป็นแม่ทัพใหญ่ยกกองทัพเรือเดินทางไปสมทบกับกองทัพเพชรบุรี มีพระยาเพชรบุรีเป็นแม่ทัพและกองทัพหน้า ออกเดินทางไปยังเมืองสงขลา

กองทัพจีนอาสาที่ป้องกันเมืองสงขลาและต่อสู้กับกองทัพกบฎอยู่จนทราบข่าวว่า มีกองทัพหลวงจากกรุงเทพฯ กำลังจะมาถึง ยิ่งฮึกเหิม ยิงปืนใหญ่ที่อัดดินปืนมากจนน่ากลัวว่ากระบอกจะแตกระเบิดในขณะยิง เล็งไปที่หัวหน้ากบฎซึ่งอยู่นอกระยะยิงปกติ กระสุนนัดนั้นแม่นเหมือนจับวางถูกตนกูหมัดสะวะหัวหน้ากบฎตายคาที่ กองทัพกบฎแตกพ่ายหนีไปทางเมืองจะนะ กองทัพจีนอาสาตามโจมตีไปตลอดทางจนสามารถยึดหัวเมืองต่างๆ ที่กองทัพกบฎยึดไว้คืน ต่อมากองทัพจีนอาสายกกำลังไปตั้งพักทัพอยู่ที่ท่าเรือสำเภาเมืองตานี แล้วส่งหนังสือใบบอกไปยัง พระยาพิชัยญาติ (ทัด บุนนาค) ให้ยกกองทัพเรือตามมาและส่งมอบเมืองต่างๆ คืนให้ พระยาพิชัยญาติ (ทัด บุนนาค) แม่ทัพใหญ่ จึงกราบบังคมทูลขอพระราชทานสัญญาบัตรให้นายปุ่ย แซ่ตัน เป็นจางวางโท หลวงสำเร็จกิจกร ตำแหน่ง กัปตันจีน กองทัพจีนอาสาพร้อมกับมอบทหารจีนที่ติดตามกองทัพหลวงและกองทัพเพชรบุรีให้มาสมทบกับกำลังกองทัพจีนอาสา และให้กองทัพจีนอาสาคงกำลังสร้างบ้านเรือน พระราชทานที่ดินทำกินอยู่ที่เมืองปัตตานี เพื่อรักษาสถานการณ์ไม่ให้มีการก่อกบฎขึ้นอีกตามคำแนะนำของ จางวางโท หลวงสำเร็จกิจกร กัปตันจีน

จางวางโท หลวงสำเร็จกิจกร กัปตันจีน และกองทัพจีนอาสาอยู่ที่เมืองปัตตานี โดยอยู่ในลักษณะกึ่งทหาร กึ่งพ่อค้า มีหน้าที่หลักในยามปกติ คือเป็นกองทัพส่วนหน้าปกครองหัวเมืองมลายูทั้งหมด ขึ้นตรงต่อพระยาสงขลา (เถี้ยนเส้ง ณ สงขลา) เจ้าเมืองสงขลา หน้าที่รองคือเป็นนายอากร เก็ยภาษีอากรทุกประเภททั้งทางบกและทางน้ำส่งเข้าพระคลังหลวง ในยามปกติทหารกองทัพจีนอาสาจะค้าขายทำมาหากินช่วยเหลือตนเอง โดยที่ทางราชการไม่ต้องเสียค่าเลี้ยงดู จางวางโท หลวงสำเร็จกิจกร กัปตันจีน ยังทำหน้าที่เป็นตุลาการตัดสินคดีความพิพาทต่างๆ ที่เกิดในกองทัพจีนอาสา ระหว่างเจ้าเมืองกับเจ้าเมืองต่างๆ ด้วยความยุติธรรม และปกครองทุกฝ่ายด้วยความเอื้ออารีจนเป็นที่รักนับถือของเจ้าเมืองต่างๆ ในหัวเมืองมลายู แม้ในยามที่เสียชีวิตแล้ว มีการตั้งศพบำเพ็ญกุศลนานถึง ๓ เดือน เพื่อรอเจ้าเมืองต่างๆ ในหัวเมืองมลายูเดินทางมาร่วมพิธีเคารพศพ

จางวางโท หลวงสำเร็จกิจกร กัปตันจีน กองทัพจีนอาสา รับใช้ราชสำนักและแผ่นดิน ๓ แผ่นดิน คือ รัชกาลที่ ๓, รัชกาลที่ ๔, และรัชกาลที่ ๕ ได้รับพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานสัญญาบัตรสุดท้ายให้เป็น พระยาสำเร็จกิจกร

พระยาสำเร็จกิจกร (นายปุ่ย แซ่ตัน) เกิดประมาณ พ.ศ. ๒๓๔๙ ถึงแก่กรรม เมื่อวันที่ ๑๘ เดือน ๑๐ ปีขาล จ.ศ. ๑๒๔๐ (พ.ศ. ๒๔๒๑) อายุ ๗๓ ปี

พระยาสำเร็จกิจกร มีบุตรและธิดา จำนวน ๑๓ คน คือ

๑.  นางเม่งจู สามีชื่อ นายฮกแซ โกวิทยา
๒.  หลวงสุนทรสิทธิโลหะ (จูเม่ง)
๓.  อำมาตย์ตรี พระจีนคณานุรักษ์ (จูล่าย)
๔.  นายจูเซี้ยน
๕.  นางเป็กเลี่ยง (สามีเป็นชาวสิงคโปร์ขาดการติดต่อ)
๖.  เด็กชายจูซิ่น (ถึงแก่กรรมตั้งแต่เด็ก)
๗.  เด็กชายจูยี่ (ถึงแก่กรรมตั้งแต่เด็ก)
๘.  นายจูเส้ง
๙.  นางกี่จู สามีชื่อ นายเองโฮ่ กาญจนบุษย์
๑๐. นายจูฮวด
๑๑. นางจูกี่ สามีชื่อ นายจ่ายฮก เล่าตระกูล
๑๒. หลวงวิชิตศุลกากร (จูอิ้น)
๑๓. เด็กหญิงจูเลี่ยง (ถึงแก่กรรมตั้งแต่เด็ก)

 

 

อำมาตย์ตรี พระจีนคณานุรักษ์ (จูล่าย แซ่ตัน) เป็นบุตรคนที่ ๓ ของพระยาสำเร็จกิจกร เป็นกัปตันจีน กองทัพจีนอาสา หรือเป็นหัวหน้าคนจีนเมืองตานี ต่อจากพระยาสำเร็จกิจกรซึ่งถึงแก่กรรม ได้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต จึงได้รับพระกรุณาโปรดเกล้าจากพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ ๕) ให้เป็น หลวงจีนคณานุรักษ์ เมืองตานี เมื่อวันจันทร์ที่ ๑๐ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๓๑ (จากจดหมายเหตุรายวันของสมเด็จพระบรมราชปิตุลาธิบดี เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ วันจันทร์ที่ ๑๐ กันยายน ๒๔๓๑) และได้รับพระกรุณาโปรดเกล้าฯ จากพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ ๖) พระราชทานสัญญาบัตรให้เป็น อำมาตย์ตรี พระจีนคณานุรักษ์ ตำแหน่งกัปตันจีน กองทหารจีนอาสา เมื่อวันที่ ๒๒ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๕๗ (จากราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๓๑ หน้า ๕๑๕ ลงวันที่ ๗ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๕๗)

การรับใช้แผ่นดินและราชการ อำมาตย์ตรี พระจีนคณานุรักษ์ เป็นกัปตันจีน กองทหารจีนอาสา จนเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงการปกครอง จึงได้รับแต่งตั้งให้เป็นกรมการพิเศษ เมืองปัตตานี เป็นหัวหน้าคณะที่ปรึกษาพิเศษเมืองตานีและหัวหน้าคนจีนเมืองตานี ต่อมาเมื่อมีการปกครองในระบอบประชาธิปไตย จึงมาประกอบอาชีพค้าขายและทำเหมืองแร่ดีบุกที่ได้รับพระราชทานจากรัชกาลที่ ๕ ส่งสินค้าและแร่ดีบุกไปขายที่สิงคโปร์

ด้านศาสนาและความเชื่อ อำมาตย์ตรี พระจีนคณานุรักษ์ เป็นผู้สร้างองค์เจ้าแม่หลิ่มกอเหนี่ยว-น้องเจ้าแม่ฯ และศาลเจ้าเล่งจูเกียง จากเดิมศาลเจ้าซูกง ซึ่งอยู่บริเวณใกล้เคียง จากจดหมายเหตุ รัชกาลที่ ๕ เสด็จประพาสแหลมมลายู คราว ร.ศ. ๑๐๗ (พ.ศ. ๒๔๓๑) เมื่อประมาณปี พ.ศ. ๒๔๔๙ สร้างขึ้นตามคำสัญญาที่ให้ไว้กับเจ้าแม่หลิ่มกอเหนี่ยว นอกจากสร้างองค์เจ้าแม่หลิ่มกอเหนี่ยว-น้องเจ้าแม่ฯ และศาลเจ้าฯแล้ว เป็นผู้อัญเชิญพระเซ๋าซูกง (พระหมอ) ขึ้นเป็นพระประธานที่ศาลเจ้าฯ ขณะที่ดำรงสัญญาบัตรบรรดาศักดิ์เป็น หลวงจีนคณานุรักษ์ เมืองปัตตานี ยังเป็นพุทธมามกะที่มีความศรัทธาในพระพุทธศาสนา เป็นผู้สร้าง-บูรณะวัดหลายวัด เช่น วัดตานีบางน้ำจืด และได้รับพระกรุณาโปรดเกล้าฯ จากพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ ๕) พระราชทานพระราชทรัพย์และให้เป็นหัวหน้าดำเนินการสร้างพระอุโบสถและศาลาการเปรียญขึ้นใหม่เป็นสองชั้น เพื่อเป็นที่ถือน้ำพิพัฒสัจจา และพระราชทานนามวัดเพิ่มเติมขึ้นใหม่ว่า วัดตานีนรสโมสร เมื่อวันที่ ๑ สิงหาคม ร.ศ. ๑๐๘ (จากแผ่นจารึกที่ผนังพระอุโบสถวัดตานีนรสโมสร อำเภอเมืองปัตตานี), วัดมุจลินทวาปีวิหาร และสร้างเจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ (อำเภอหนองจิก), วัดพลานุภาพ (อำเภอโคกโพธิ์), วัดจีนถ้ำทะลุ (อำเภอธารโต จังหวัดยะลา) และ ฯลฯ

ในขณะที่ดำรงตำแหน่งเป็นกัปตันจีน เป็นหัวหน้าคนจีนเมืองตานี เป็นนายอากรและตำแหน่งต่างๆ แล้ว อำมาตย์ตรี พระจีนคณานุรักษ์ ทำหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เก็บภาษีต่างๆ ส่งเข้าพระคลังโดยไม่ได้หักค่าใช้จ่ายใดๆ เพราะไม่มีพระบรมราชโองการให้หักเงินค่าใช้จ่ายได้ จากที่มีฐานะดีกลับทรุดลง จนความทรงทราบถึงพระกรรณพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ ๕) จึงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานภาษีที่เก็บได้ครึ่งหนึ่ง ให้เลี้ยงชีพและเป็นการตอบแทนในความซื่อสัตย์ จนมีการเปลี่ยนแปลงการปกครอง

มีหนังสือ Journal of the Singapore Branch Royal Asiatic Social, November 11, 1883 ลงบทความเรื่อง ON THE PATTANI เขียนโดย William Cameron มีความตอนหนึ่งกล่าวถึง อำมาตย์ตรี พระจีนคณานุรักษ์ ความว่า กัปตันจีน (Captain China) เป็นผู้ควบคุมธุรกิจการค้าและการขนส่ง ซึ่งรวมธุรกิจหลายอย่าง เป็นผู้บัญชาการขนส่ง (Shipment Master) เป็นผู้จัดเก็บภาษีอากรสินค้าเข้าและออกจากต่างประเทศ (Collector of Inland Duties) และเป็นตุลาการ (Magistrate) มีอำนาจเต็มที่ในการตัดสินคดีความซึ่งเกิดขึ้นระหว่างชาวจีน (จากหนังสือประวัติทายาทหลวงสำเร็จกิจกรจางวาง แปลโดยนายมงคล วัฒนายากร)

 

อำมาตย์ตรี พระจีนคณานุรักษ์ มีบุตรธิดา จำนวน ๖ คน คือ

๑.  ขุนจำเริญภักดี (บั่นฮก)
๒.  ขุนพจน์สารบาญ (บั่นลก)
๓.  ขุนพิทักษ์รายา (บั่นซิ่ว)
๔.  นางกุ้ยฮวย
๕.  นางกุ้ยกี (ณ ระนอง)
๖.  นางฉุ้นเหลียง (ถึงแก่กรรมไม่มีบุตรธิดา)

 

อำมาตย์ตรี พระจีนคณานุรักษ์  เกิดเมื่อวันอาทิตย์ เดือน ๑๒ ปีมะแม (พ.ศ. ๒๓๙๐) ถึงแก่กรรม วันที่ ๑๙ เดือน ๑๑ ปีมะแม ตรงกับวันที่ ๙ มกราคม พ.ศ. ๒๔๖๒ รวมอายุ ๗๓ ปี

 

 

 


อ้างอิง


 

  1. จดหมายเหตุ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ ๕) เสด็จประพาสแหลมมลายู คราว ร.ศ. ๑๐๗ (พ.ศ. ๒๔๓๑) และ ร.ศ. ๑๐๘
  2. หนังสือชีวิวัฒน์ โดย สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้าภานุรังสีสว่างวงษ์ กรมหลวงภานุพันธุวงศ์วรเดช
  3. ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๓๑ หน้าที่ ๕๑๕ ลงวันที่ ๗ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๕๗
  4. หนังสือรัชกาลที่ ๖ เสด็จเมืองปัตตานี
  5. จดหมายเหตุรายวัน ของ สมเด็จพระบรมราชปิตุลาธิบดี เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ วันจันทร์ ที่ ๑๐ กันยายน ๒๔๓๑
  6. พงศาวดารเมืองสงขลาฯ เรีบยเรียงโดย พระยาวิเชียรชม (ชม ณ สงขลา)
  7. หนังสือลุ่มน้ำตานี
  8. ประวัติศาสตร์ไทยสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ ร.๑-ร.๓ ฯ โดย ศ.มรว.แสงโสม เกษมศรี และนางวิมล พงศ์พิพัฒน์
  9. หนังสือประวัติทายาท จางวางโท หลวงสำเร็จกิจกร
  10. หนังสือชาวต่างชาติรับใช้แผ่นดินสยาม
  11. หนังสือหัวเมืองมลายู
  12. คำแปลอักษรสลัก หินหน้าฮวงซุ้ย พระยาสำเร็จกิจกร จารึกโดยอำมาตย์ตรี พระจีนคณานุรักษ์
  13. On The pattani by William Cameron ค้นพบและแปลโดย นายมงคล วัฒนายากร
  14. แผ่นจารึก ที่ผนังพระอุโบสถวัดตานีนรสโมสร ลงวันที่ ๑ สิงหาคม พ.ศ. ๒๔๓๑
  15. ส่วนประวัติศาสตร์เมืองสงขลา ห้อง 409 หอสมุดแห่งชาติ
  16. พิพิธภัณฑ์ชาวจีนโพ้นทะเล เมืองเซียะเหมิน มณฑลฟูเจี้ยน ประเทศจีน (Oversea Chinese Museum, Xiamen, Fujian, China)
  17. สมาคมติดตามหาญาติ ชาวจีนโพ้นทะเลเซียะเหมิน มณฑลฟูเจี้ยน ประเทศจีน (Oversea Follow Cousin Relationship Association of Xiamen, Fujian, China)
  18. Mr. You Hai Yan, General Dept. Vice Manager, China Travel Service, Xiamen, Fujian, China

 


 

 


ที่มา: รวบรวมและจัดพิมพ์โดย นายสุทธิพันธ์ คณานุรักษ์ จากหนังสืออนุสรณ์พระราชทานเพลิงศพนายสุวิทย์ คณานุรักษ์ 23 ธันวาคม 2550 

 



ทายาทหลวงสำเร็จกิจกรจางวาง เมืองปัตตานี

พระจีนคณานุรักษ์ (ตันจูล่าย)
ชีวประวัติ จางวางโทหลวงสำเร็จกิจกรจางวาง
หลวงสำเร็จกิจกรจางวาง ต้นตระกูลคณานุรักษ์
นายอนันต์ คณานุรักษ์ อดีตนายกเทศมนตรีเมืองปัตตานี
ขุนธำรงพันธุ์ภักดี (ธำรง วัฒนายากร)
นายดิเรก คณานุรักษ์ อดีตนายกเทศมนตรีเมืองปัตตานี ๕ สมัย!
นายสุวิทย์ คณานุรักษ์ อดีตประธานสภาเทศบาลตำบลสุไหงโก-ลก และประธานสภาจังหวัดนราธิวาส
นายจำเริญ วัฒนายากร ต.ม. และเหรียญรัตนาภรณ์ ชั้นที่ ๔
นายเติมศักดิ์ คณานุรักษ์ อดีตนายกเทศมนตรีเมืองปัตตานี
ฯพณฯ นายสวัสดิ์ วัฒนายากร องคมนตรี
น.อ.นพ.สืบสาย สุวรรณจินดา รน. อดีตนายกเทศมนตรีเมืองยะลา
ตำราไสยศาสตร์ ของนายอนันต์ คณานุรักษ์
ตำรับยาจีนแผนโบราณ โดยนายมานพ คณานุรักษ์
เจริญ สุวรรณมงคล ชีวิต-ความดีและตำนานผู้สร้าง'กลุ่มอีซูซุหาดใหญ่'
รวมข่าว: เติมศักดิ์ คณานุรักษ์ อดีตนายกฯ เมืองปัตตานี และ ตะโละกาโปร์ สุดยอดนกเขาชวาเสียงแห่งอาเซียน
ขอแสดงความยินดีกับท่านองคมนตรีสวัสดิ์ วัฒนายากร รับฯ เครื่องราชฯ ชั้นปฐมจุลจอมเกล้า
กระจ่าง ตุลารักษ์ น้องชายนายสงวน คนสนิทนายปรีดี พนมยงค์ หนึ่งในคณะราษฎร ขบวนการเสรีไทย และกบฏวังหลวง
โรงสี หับ โห้ หิ้น และนายสุชาติ รัตนปราการ ผู้แปลงป่าให้เป็นหมู่บ้านคลองแงะ อำเภอสะเดา สงขลา
ดร.ปณิธาน วัฒนายากร คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย วิเคราะห์ปัญหาสามจังหวัดชายแดนใต้
“คณานุรักษ์” บอกเล่าสายสัมพันธ์วัฒนธรรม พุทธ-จีน-อิสลามแห่งปาตานี
เมื่อข้าพเจ้าเป็นเด็กหัวตลาด (น.พ.ปานเทพ คณานุรักษ์)