ReadyPlanet.com
dot
ทายาทหลวงสำเร็จกิจกรจางวาง ๗ สาย
dot
bulletต้นตระกูล ทายาทหลวงสำเร็จกิจกรจางวาง
bulletสายนางเม่งจู โกวิทยา
bulletสายหลวงสุนทรสิทธิโลหะ
bulletสายคุณพระจีนคณานุรักษ์
bulletสายนายจูเส้ง คณานุรักษ์
bulletสายนางกี่จู กาญจนบุษย์
bulletสายนางจูกี่ แซ่เล่า
bulletสายหลวงวิชิตศุลกากร
dot
เพลิดเพลินจำเริญใจ
dot
bulletรวมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ
bulletพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ
bulletพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ
bulletสวนสัตว์ของเรา
bulletท่องเที่ยวทั่วไทย
bulletนาฏยศาลา หุ่นละครเล็กโจหลุยส์
bulletมูลนิธิจักรพันธุ์ โปษยกฤต
bulletOPERA SIAM
dot
เว็บนี้มีประโยชน์
dot
bullet เครือข่ายกาญจนาภิเษก
bulletฐานข้อมูลหน่วยงานภาครัฐ
bulletThailand e-Government
bulletภ า ษี ไ ป ไ ห น ?
bulletหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ
bulletสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย
bulletสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)
bulletพุทธธรรม ฉบับปรับขยาย (อ่าน)
bulletพุทธธรรม ฉบับปรับขยาย (ฟัง)
bulletห้องสมุดมารวย
bulletTQA รางวัลคุณภาพแห่งชาติ
bulletศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์
dot
เด็กคืออนาคตของชาติ
dot
bulletKhan Academy. You can learn anything. For free. For everyone. Forever.
bulletKhan Academy ไทย
bulletTED-Ed: Lessons Worth Sharing
bulletTED-Ed Thai (YouTube)
bulletพิพิธภัณฑ์เด็กกรุงเทพมหานคร
bulletTK Park อุทยานการเรียนรู้
dot
เว็บของทายาทฯ
dot
bulletโรงแรม ซี.เอส. ปัตตานี
bulletโรงแรม ภูริมาศบีชแอนด์สปา
bulletEarth Safe Foundation on Facebook
dot
ส่วนของสมาชิก
ชื่อผู้ใช้ :
รหัสผ่าน :
เข้าสู่ระบบอัตโนมัติ :
bullet ลืมรหัสผ่าน   bullet สมัครสมาชิก
dot
dot
หากเว็บนี้ยังประโยชน์แก่ท่านบ้างทางหนึ่งทางใด ข้าพเจ้าขออุทิศคุณความดีทั้งปวงนั้นแด่บรรพบุรุษ บิดามารดา ญาติพี่น้อง และ ครูบาอาจารย์ทุกท่าน หากแม้มีความบกพร่องใดๆ โดยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ข้าพเจ้าขอน้อมรับผิดทุกประการแต่เพียงผู้เดียว
dot
bulletรักศักดิ์ คณานุรักษ์ (ต้น)
bulletMBA, State University of New York at Buffalo (UB)
bulletPrince of Songkla University
bulletสาธิต ม.อ. ปัตตานี
bullet ส่งข้อความถึงเว็บมาสเตอร์


ชีวประวัติ จางวางโทหลวงสำเร็จกิจกรจางวาง
 

 

 (ภาพ: ป้ายหน้าชื่อหลวงสำเร็จกิจกรจางวาง)

 


.......ครั้งสมัยหนึ่ง ณ ประเทศจีน มณฑลฮกเกี๋ยน จังหวัดเจียงจิวฮู อำเภอเจียะแม้เกี่ยง (ม้าหิน) ตำบลถังโบ้ย มีหมู่บ้านราษฎรที่เจ๋าโป๋เจี่ย (หมู่บ้านหลังเง็ก) จีนพวกหนึ่งแซ่ตัน ตั้งเคหะสถานอยู่ตีนเขานำไท้บู้ซัว หัวหน้าครอบครัวชื่อตันเต็ก ตันเต็กผู้นี้ทราบว่า ได้สืบเชื้อสายมาจากพระจีนตันเส็งอ๋อง ซึ่งเป็นพระเจ้าแผ่นดินสมัยหนึ่งในประเทศจีน 

 

บิดาของตันเต็กชื่อ ตันกวงเลี่ยง ตั้งตนเป็นผู้กู้ชาติจากพวกตาดที่เข้ามาครอบครองแผ่นดินประเทศจีน เรื่องมาเกิดขึ้นเมื่อสมัยพระนางซูสีไทเฮาครองอำนาจ ตันกวงเลี่ยงผู้นี้มีความสามารถเก่งกาจทางหมัดมวยและวิชาเพลงดาบและกระบี่เป็นเลิศ และเคารพนับถือพระเจ้ากวนอูเป็นสัจจะธรรม พรรคพวกตั้งให้เป็นหัวหน้าคณะเถี้ยนตี่ฮวย พร้อมกับเครื่องหมายมีเป็นเบี้ยอีแปะ ด้านหน้าเขียนตัวอักษรเถี้ยน ด้านหลังเขียนตัวหนังสือว่า ตี่ 

 

ขณะเดียวกันในมณฑลฮกเกี๋ยนก็เกิดคณะกบฏบ๊อกเซอร์ขึ้นอีกคณะหนึ่ง โดยมีนายอั้งซิ่วจวนเป็นหัวหน้า มีบุคคลราษฎรเลื่อมใสเข้าเป็นสมัครพรรคพวกมากมาย นายอั้งซิ่วจวนได้ใช้ให้คนไปเกลี้ยกล่อมชักชวนคณะเถี้ยนตี่ฮวยเข้าเป็นพรรคพวกกันหลายครั้ง แต่นายตันกวงเลี่ยงไม่ยินยอมเพราะรังเกียจที่คณะบ๊อกเซอร์เป็นพวกนับถือคริสต์ คริสตศาสนากำลังระบาดอยู่ในประเทศจีนขณะนั้น เมื่อนายอั้งซิ่วจวนหัวหน้าคณะบ๊อกเซอร์เห็นว่าจะเป็นไมตรีกันไม่ได้ ขืนเอาไว้ก็จะเป็นภัยแก่ตัว เพราะอยู่ในมณฑลเดียวกัน จึงตัดสินกันด้วยกำลังกันจนคณะเถี้ยนตี่ฮวยที่มีกำลังคนน้อยกว่าแพ้ และพร้อมกันนั้นสมัครพรรคพวกของคณะเถี้ยนตี่ฮวยก็แตกความสามัคคี ส่วนมากลงความเห็นว่าประเทศชาติเป็นใหญ่ การที่หัวหน้าใช้อารมณ์เอาต่างศาสนามาเป็นข้ออ้างนั้นไม่ถูกต้องจึงให้ตีจาก 

 

เมื่อนายตันกวงเลี่ยงพ่ายแพ้แก้คณะบ๊อกเซอร์ ก่อนหนีได้เรียกบรรดาลูกหลานที่ใกล้ชิดมาสั่งเสีย และแบ่งสมบัติเรือกสวนไร่นาแจกจ่ายกันถ้วนหน้า และสั่งลูกชายคนเดียวไว้ว่า ขอให้ตั้งตัวอยู่ในทางสมถะ การเป็นศัตรูกันระหว่างคณะเป็นเรื่องของชาติไม่เกี่ยวกับเรื่องส่วนตัว จงพยายามตั้งหน้าทำมาหากินโดยสุจริตธรรม อย่าเบียดเบียนผู้อื่น อย่าเป็นขุนนาง อย่าเล่นการเมือง จงสั่งสอนลูกหลานไว้ อย่าได้หัดเพลงอาวุธจะร้อยวิชา ทางที่ดีจงเป็นชาวนาหรือพ่อค้าจะได้มั่งมีศรีสุขสืบไป อย่าเป็นขี้ข้าพวกตาด ต่อไปจะเกิดการจราจล และที่ดินนาของเราเสื่อมคุณภาพมากแล้ว หากไม่สามารถสละสมบัติในขณะนี้ได้ แต่สืบไปจงให้ลูกหลานออกไปหากินต่างเมืองเถิด สั่งเสร็จแล้วก็นำลูกน้องที่ยังจงรักภักดีจำนวนหนึ่งมุ่งขึ้นเขานำไท้บู้ซัว ออกอำเภอไฮเต็ง ลงเรือออกทะเลหายสาบสูญไป 

 



บ้านหลวงสำเร็จ 

(ภาพ: บ้านหลวงสำเร็จกิจกรจางวาง หรือบ้านกงสี เลขที่ 27 ถนนอาเนาะรู)


ฝ่ายลูกชายตันเต็ก เมื่อได้รับคำสั่งจากบิดาก็ปฏิบัติตามทุกประการ ต่อมานายตันเต็ก หัวหน้าหมู่บ้านหลังเง็ก เกิดบุตรชาย ๒ คน คนพี่ชื่อเจียง คนน้องชื่อปุ่ย คนพี่เจริญรอยตามบิดา แต่สำหรับคนน้องแล้วตรงกันข้าม นิสัยมักเกะกะเสเพลชอบคบเพื่อนฝูง ไม่ชอบทำนา เล่นการพนันทุกชนิด ต่อมาวันหนึ่ง เมื่อตันปุ่ยอายุได้ ๑๗ ปี ได้มีเพื่อนฝูงมาชักชวนออกไปจากบ้านนานถึง ๒ ปี โดยไม่ปรากฎข่าวคราว บิดาและพี่ชายเข้าใจว่าหายสาบสูญไปเข้าเป็นสมัครพรรคพวกคณะบ๊อกเซอร์เพื่อกู้ชาติ 

 

อยู่มาวันหนึ่งตันปุ่ยได้มาปรากฎตัวขึ้นที่หมู่บ้านอีกครั้งหนึ่ง และเข้าคำนับบิดาและพี่ชายแสดงความจำนงค์ขอลาเดินทางออกนอกประเทศ และยินยอมมอบส่วนสมบัติทรัพย์สินของตนยกให้พี่ชายจนหมดสิ้นแต่ผู้เดียว เพียงแต่ขอสุกรสัก ๑๐๑ ตัว บิดาและพี่ชายเห็นว่าจะห้ามปรามทัดทานไม่ได้แล้ว ก็อนุญาต เมื่อตันปุ่ยรวบรวมสุกรได้ครบตามจำนวนแล้ว ก็ลาบิดาและพี่ชายตลอดจนญาติมิตร เสร็จแล้วให้ฆ่าสุกรตัวแรกร่ำลาบรรพบุรุษตามธรรมเนียม แล้วออกเดินทางไปกับเพื่อนฝูงทันที

 

สมัยนั้นมีธรรมเนียมอยู่ว่า ผู้ใดในจังหวัดเจียงจิวฮู เมื่อเดินทางถึงหมู่บ้านอำเภอใด ก็จะนำสัตว์เป็นสุกร หรือแพะ แกะ เป็ด ไก่ ที่นำไปค้าด้วย (ยกเว้น ม้าและวัวสำหรับไถนา จะไม่ยอมซื้อขายเด็ดขาด เพราะในจังหวัดนี้ขัดสนสัตว์ ๒ ชนิดนี้ที่สุด มีกฏห้ามไม่ให้ผู้หนึ่งผู้ใดฆ่าและกินเนื้อเด็ดขาด) ไปมอบให้กับ เป้าจิ้นก๋อง หัวหน้าหมู่บ้านนั้น ๑ ตัวก่อน มิฉะนั้นจะไม่ปลอดภัยจากการถูกลักขโมยหรือปล้นสดมภ์ แต่สำหรับตันปุ่ยแล้วหาเป็นเช่นนั้นไม่ เมื่อถึงตำบลใดส่วนมากนายตำบลออกมาให้การต้อนรับเลี้ยงดูเป็นอย่างดี (เข้าใจว่าระหว่างที่ตันปุ่ยหายไป ๒ ปี คงจะปูพื้นฐานทางนักเลงไว้) เมื่อตันปุ่ยจะลาออกเดินทางก็ให้ยัดเยียดสุกรให้หมู่บ้านตำบลละคู่ โดยคำพูดเพียงประโยคเดียวขอฝากให้เลี้ยงไว้เป็นทุนสำหรับผู้ที่จะเดินทางไปหาตนเมื่อตนต้องการ จนถึงท่าเมืองเอมุยแล้วให้จำหน่ายสุกรที่ไปบ้างบางส่วน แลกเรือสำเภาได้ ๑ ลำ พาสมัครพรรคพวกรวม ๒๕ คน มุ่งสู่ทะเลโดยปราศจากจุดหมายใดๆ

 



 

(ภาพ: บ้านกงสีนี้ใช้เป็นที่ตั้ง"สมาคมทายาทหลวงสำเร็จกิจกรจางวาง")


ครั้นต่อมาในแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๓ ขึ้นครองราชย์ ณ กลางทะเลหัวเขาแดง เมืองสงขลา ปรากฎมีเรือสำเภาจีน ๑ ลำ กางใบเข้ามาทอดสมอเทียบท่า ในลำเรือปราศจากสินค้าใดๆ ทั้งสิ้น แม้แต่ข้าวสารก็เหลือน้อยเต็มที มีแต่สุกรอยู่ ๒ - ๓ ตัว แต่คนจีนในเรือต่างยิ้มแย้มแจ่มใสดี นายอากรเจ้าท่าลงไปสอบถามการเป็นมาค้าขายตามระเบียบ มีจีนผู้หนึ่งมีลักษณะดี ตัวเล็กผอมขาวท่าทางเจ้าปัญญา คือ ตันปุ่ยนั้นเอง ลุกขึ้นตอบว่าข้าพเจ้ามาจากเมืองฮกเกี๋ยน ทราบกิตติศัพท์ว่าเจ้าเมืองที่นี่เป็นจีนฮกเกี๋ยนแซ่เง่า อยู่จังหวัดเดียวกัน จึงให้ตั้งหน้าเดินทางมาขอพึ่งบารมีทำมาหากินเพราะทางเมืองจีนปัจจุบันนี้เกิดยุคเข็ญถูกกบฏบ๊อกเซอร์อั้งซิ่วจวนรบกวนข้าวในนาเมื่อเก็บเกี่ยวได้แล้วก็ถูกแบ่งไปเพื่อใช้ในการกู้ชาติ พอทหารหลวงมาปราบกลับซ้ำร้ายเข้าไปอีก เป็ดไก่สุกรที่เลี้ยงไว้ ก็ถูกทหารหลวงจับไปฆ่ากินหมด พวกข้าพเจ้าจึงอดอยาก ต้องบากหน้าทนลำบากเพื่อมาหาที่พึ่งใหม่ แต่เกิดมาถูกพายุและหลงทิศทางอยู่กลางทะเลเสียหลายเดือนจนอาหารในเรือขาดแคลน พวกเราพากันมารวม ๒๕ คน แต่ขึ้นบกเสียกลางทาง ๑๗ คน เพราะทนอดอยากไม่ไหว แลสินค้าที่นำมาก็ได้แวะขายตามรายทาง แลกเปลี่ยนเงินทองให้พรรคพวกไปทำทุนหากินหมดแล้ว 

 

สมัยก่อนการเดินเรือไม่มีเข็มทิศ ถือความชำนาญเป็นใหญ่ โปรดเข้าใจเสียด้วยว่าการเดินทางผ่านทะเลจีนนั้นอันตรายที่สุด เสี่ยงต่อชีวิตและสินค้าที่นำไปมาค้าขายมาก คนไทยถือว่าผู้ใดสามารถนำเรือหรือลูกเรือผ่านทะเลจีนได้นับว่าโชคดี เพราะนอกจากจะถูกมรสุมทางทะเลแล้ว ยังจะต้องผจญกับโจรสลัดที่มีอยู่ทุกเกาะแก่งกลางทะเลอีกด้วย จึงให้สักมังกรพันมือหรือทำเครื่องหมายใดๆ ไว้เป็นที่ระลึกอวดชาวเรือด้วยกันว่าข้าพเจ้านี้ได้ผ่านทะเลจีนมาแล้ว คนเรือเขาให้เกียรติกันเช่นนี้

 

คนจีนสมัยก่อนเข้าเดินเรือสามารถและปลอดภัย เพราะมีจุดหมาย เช่นเรือสำเภาของตันปุ่ยเป็นต้น เริ่มต้นที่เอมวย (เอมุย) ก็หมายซัวเถา ออกจากซัวเถา หมายเกาะไฮหลำ ออกจากเกาะไฮหลำ หมายฮานอย แล้วเลียบแหลมเขมร มาเข้าอ่าวไทยตามลำดับ เขาไม่เสี่ยงออกกลางทะเลเป็นอันขาด เพราะถือสินค้าในเรือเสมือนชีวิตของลูกเรือทุกคน จึงไม่ค่อยปรากฎว่า เรือสินค้าจีนอัปปางกลางทะเล จากแหลมเขมรก็ต้องมุ่งไปตราดหรือจันทบุรี ระยอง ชลบุรี ตามลำดับ

 



 

(ภาพ: หน้าพระและหน้าชื่อบรรพบุรุษภายในบ้านกงสี)


ในรัชสมัยรัชกาลที่ ๓ ขณะนั้นพระยาตานี (ตวนสุหลง) พระยาหนองจิก (ตอนจิก) พระยายะลา และพระยาระแงะ รวมกัน ๔ เมือง ยกกำลังเข้าตีเมืองยะหริ่ง พระยายะหริ่งสู้ไม่ได้จึงหนีไปอาศัยพระยาสงขลา (เทียนเส็ง ณ สงขลา) ต่อมาทางกรุงเทพฯ ได้โปรดเกล้าให้พระยาเพ็ชรบุรีเป็นแม่ทัพรวบรวมกำลังอยู่ที่เมืองสงขลา เพื่อจัดกำลังพลไปปราบพระยาตานีและพวก ซึ่งถือเป็นกบฏ ตันปุ่ยและพรรคพวกอาศัยอยู่ในจวนพระยาสงขลาจึงได้โอกาสนำสมัครพรรคพวกชาวจีนอาสาออกสู้รบและกระทำการจนสำเร็จกิจ ตามคำสั่งของพระยาเพ็ชรบุรีและพระยาสงขลาจนได้รับความดีความชอบอย่างใหญ่หลวง พระยาสงขลาจึงขอโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้ตันปุ่ยเป็นหลวงสำเร็จกิจกรจางวาง ตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา

 

ครั้นเมื่อเดินทัพมาถึงเมืองปัตตานี ตันปุ่ยซึ่งเป็นหลวงสำเร็จกิจกรจางวางมองเห็นที่ดิน ณ ที่หัวตลาดจีน มีชัยภูมิดี เหมาะสมกับการทำมาหากินทางค้าขาย เพราะใกล้ริมแม่น้ำและทะเล จึงได้เข้าขออนุญาตต่อแม่ทัพทั้งสอง ขอที่ดินและคนจีนที่สวามิภักดีอยู่ในกองทัพให้ตั้งรกรากอยู่ ณ ที่ปัตตานี เพื่อป้องกันการจราจลและโจรผู้ร้ายของบรรดาพวกกบฏที่ยังหลงเหลืออยู่ และจะได้ไกล่เกลี่ยระหว่างเจ้าเมืองคนไทยกับเจ้าเมืองคนมลายู เพราะตนเป็นคนจีน คงจะให้ความเชื่อถือและเจ้าเมืองทั้ง ๒ ฝ่าย ให้ประสานสามัคคีเป็นธรรมได้ แม่ทัพทั้งสองเห็นชอบกับความคิดของตันปุ่ยจึงให้ออกประกาศแต่งตั้งให้หลวงสำเร็จกิจกรจางวาง เป็นนายกองหัวหน้าคณะคนจีน ณ บัดนั้น พร้อมกับมอบบรรดาคนจีนที่อยู่ในกองทัพผู้สมัครจะอยู่ช่วย ควบคุมเชิงทั้ง ๒ ฝ่ายไว้พอสมควร และประกาศยกที่ดินที่หัวตลาดทั้งหมดให้แก่จีนปุ่ยและพรรคพวกทำมาหากินเลี้ยงชีพสืบต่อไปชั่วลูกหลาน



  


ที่มา: ประวัติผู้แต่ง ข้าพเจ้านายวิชิต คณานุรักษ์ (ซ่วนยิ่น ตันธนวัฒน์) สูติกาลเวลา ๐๘.๓๐ น. วันจันทร์ ขึ้น ๘ ค่ำ เดือน ๕ ปีชวด พ.ศ. ๒๔๕๕ ... ข้าเป็นบุตรของนายวิฑูลย์ คณานุรักษ์ 

 



ทายาทหลวงสำเร็จกิจกรจางวาง เมืองปัตตานี

พระจีนคณานุรักษ์ (ตันจูล่าย)
หลวงสำเร็จกิจกรจางวาง ต้นตระกูลคณานุรักษ์
ประวัติ อำมาตย์ตรี พระจีนคณานุรักษ์ และตระกูลคณานุรักษ์
นายอนันต์ คณานุรักษ์ อดีตนายกเทศมนตรีเมืองปัตตานี
ขุนธำรงพันธุ์ภักดี (ธำรง วัฒนายากร)
นายดิเรก คณานุรักษ์ อดีตนายกเทศมนตรีเมืองปัตตานี ๕ สมัย!
นายสุวิทย์ คณานุรักษ์ อดีตประธานสภาเทศบาลตำบลสุไหงโก-ลก และประธานสภาจังหวัดนราธิวาส
นายจำเริญ วัฒนายากร ต.ม. และเหรียญรัตนาภรณ์ ชั้นที่ ๔
นายเติมศักดิ์ คณานุรักษ์ อดีตนายกเทศมนตรีเมืองปัตตานี
ฯพณฯ นายสวัสดิ์ วัฒนายากร องคมนตรี
น.อ.นพ.สืบสาย สุวรรณจินดา รน. อดีตนายกเทศมนตรีเมืองยะลา
ตำราไสยศาสตร์ ของนายอนันต์ คณานุรักษ์
ตำรับยาจีนแผนโบราณ โดยนายมานพ คณานุรักษ์
เจริญ สุวรรณมงคล ชีวิต-ความดีและตำนานผู้สร้าง'กลุ่มอีซูซุหาดใหญ่'
รวมข่าว: เติมศักดิ์ คณานุรักษ์ อดีตนายกฯ เมืองปัตตานี และ ตะโละกาโปร์ สุดยอดนกเขาชวาเสียงแห่งอาเซียน
ขอแสดงความยินดีกับท่านองคมนตรีสวัสดิ์ วัฒนายากร รับฯ เครื่องราชฯ ชั้นปฐมจุลจอมเกล้า
กระจ่าง ตุลารักษ์ น้องชายนายสงวน คนสนิทนายปรีดี พนมยงค์ หนึ่งในคณะราษฎร ขบวนการเสรีไทย และกบฏวังหลวง
โรงสี หับ โห้ หิ้น และนายสุชาติ รัตนปราการ ผู้แปลงป่าให้เป็นหมู่บ้านคลองแงะ อำเภอสะเดา สงขลา
ดร.ปณิธาน วัฒนายากร คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย วิเคราะห์ปัญหาสามจังหวัดชายแดนใต้
“คณานุรักษ์” บอกเล่าสายสัมพันธ์วัฒนธรรม พุทธ-จีน-อิสลามแห่งปาตานี
เมื่อข้าพเจ้าเป็นเด็กหัวตลาด (น.พ.ปานเทพ คณานุรักษ์)